แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จัดทำบัญชี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จัดทำบัญชี แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2560

หากธุรกิจเพิ่งเริ่มสตาร์ท ควรจ้างสำนักงานบัญชีอิสระทำดีไหม ?


เพราะการทำบัญชีจะมีส่วนช่วยให้ผู้ประกอบการได้รับทราบถึงรายรับและรายจ่ายภายในกิจการของบริษัททั้งหมด ทำให้การทำบัญชีจึงกลายเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะขาดเสียไม่ได้ในการประกอบธุรกิจ

ซึ่งข้อมูลที่ได้มาในส่วนดังกล่าวเป็นเครื่อง

มือที่สำคัญของผู้ประกอบการในการควบคุมการดำเนินงานของทางบริษัท ที่จะทำให้รู้ว่าจะต้องเพิ่มเงินลงไปในส่วนไหน หรือตัดทอนในส่วนอะไรและมีกำไรมากน้อยขนาดไหนในแต่ละเดือน

ซึ่งการทำบัญชีจะสามารถทำให้กำหนดแผน งานที่เหมาะสมให้กับธุรกิจของตนเองได้ในที่สุดจึงถือเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการทุกคนจะต้องทำ สำหรับธุรกิจเปิดใหม่ควรจ้างบริษัทรับทำบัญชีเป็นการเฉพาะเข้ามาจัดการดูแลให้ดีไหม

เกณฑ์บ่งชี้ว่าธุรกิจถึงเวลาที่จะต้องจ้างบริษัทบัญชี

รูปแบบการจัดตั้งธุรกิจคือสิ่งแรกที่ผู้ประกอบการจะต้องใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณาว่าควรจะใช้บริการรับทำบัญชีหรือไม่ เพราะหากเป็นธุรกิจที่มีรูปแบบการดำเนินงานที่มีเจ้าของเพียงคนเดียว เป็นธุรกิจการค้าขายแบบง่ายๆ และไม่ยุ่งยากจนเกินไปนัก ปราศจากการร่วมหุ้นก็อาจไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปเสียเงินจ้างบริษัทรับทำบัญชี

แต่หากธุรกิจของผู้ประกอบการมีการจดทะเบียนที่เป็นบริษัทในรูปแบบของนิติบุคคลซึ่งมีข้อกำหนดตามกฎหมายในการทำบัญชีส่งทุกเดือน ก็สมควรจะต้องจ้างบริษัทรับทำบัญชีอย่างที่สุด

เกณฑ์การตัดสินใจจ้างสำนักงานบัญชี

ถ้าธุรกิจมีเงินหมุนเวียนในระบบไม่เกินสองแสนบาทต่อเดือน และอาจเป็นประเภทร้านขายของ หรือขายสินค้าที่มีหน้าร้าน ก็คงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องจ้างบริษัทมาทำบัญชี เพราะจำนวนเงินดังกล่าวผู้ประกอบการน่าจะสามารถดูแลและจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายเองได้

แต่หากมีเงินหมุนเวียนในระบบมากกว่านั้น ก็อาจจะต้องให้บริษัทรับทำบัญชีมาดูแลในเรื่องดังกล่าว เพราะจำนวนเงินที่มากหากผู้ประกอบการเป็นคนทำบัญชีเอง ด้วยการค้าขายหรือบริหารงานไปพร้อมๆ กันย่อมจะเกิดความล่าช้าขึ้นเป็นธรรมดา และอาจนำไปสู่การทำบัญชีที่อาจมีข้อผิดพลาดหรือตกหล่นมากขึ้น ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการทำธุรกิจ


ถ้าตัวผู้ประกอบการเองมีความรู้ในเรื่องของบัญชีเป็นอย่างดี และมีใบอนุญาตผู้ตรวจสอบบัญชี ก็ลืมไปได้เลยที่คิดจะไปจ้างบริษัทอื่นมาทำบัญชีให้ เพราะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ แต่ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยที่ว่าการทำบัญชีด้วยตนเองนั้นจะต้องไม่กลายเป็นภาระที่มากเกินไปสำหรับผู้ประกอบการ ซึ่งจะต้องบริหารงานบริษัทร่วมไปด้วย

แต่หากคาด การณ์ว่าแนวโน้มการเติบโตในอนาคตของธุรกิจของคุณจะมีอัตราการขยายตัวที่สูงมากขึ้นในระยะเวลาอันรวดเร็ว แนะนำให้จ้างบริษัทรับทำบัญชีมาช่วยงานด้วยทันที เพราะบริษัทบัญชีที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญจะเข้ามามีส่วนช่วยวางแผนและช่วยพัฒนาโครงสร้างที่ยั่งยืนต่อการขยับขยายธุรกิจในอนาคตของบริษัทคุณแน่นอน


ซึ่งรายละเอียดที่บริษัทบัญชีทำจะมีความน่าเชื่อถือมากกว่า และจะได้รับประโยชน์ที่คุ้มค่าหากเปรียบเทียบกับเงินที่ต้องจ่ายให้บริษัทเหล่านี้ในแต่ละเดือน ผู้ประกอบการอาจจะไม่จำเป็นต้องเสียเงินจ่ายภาษีมากเพราะบริษัทที่รับทำบัญชีมักจะมีช่องทางที่ทำให้ค่าใช้จ่ายในเรื่องภาษีของบริษัทผู้ประกอบการในแต่ละปีลดลง

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=50185

วันจันทร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2560

บริการประกาศหนังสือพิมพ์

  • เชิญประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 
  • เชิญประชุมผู้ถือหุ้นวิสามัญประจำปี
  • เพิ่มทุน ลดทุนจดทะเบียนบริษัท 
  • กรรมการเข้า-ออก
  • เลิกบริษัท 
  • ชำระบัญชี
  • เปลี่ยนแปลงห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัท 
  • ประกาศจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร
  • ย้ายสำนักงาน
  • แก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับ ระเบียบของบริษัท 
  • เปลี่ยนตราประทับ
  • เปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการ 
  • ประกาศจ่ายเงินปันผล
  • หนังสือแจ้งให้ชำระหนี้
  • ประกาศอื่นๆ

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ข้อแตกต่างระหว่าข้อแตกต่างระหว่าง บัญชีการเงิน และ บัญชีภาษีอากร

ข้อแตกต่างระหว่าข้อแตกต่างระหว่าง บัญชีการเงิน และ บัญชีภาษีอากร
ในการจัดทำบัญชีของธุรกิจนอกจากจะต้องมีความรู้ด้านบัญชีไม่ว่าจะเป็นหลักการบัญชีทั่วไป มาตรฐานการบัญชีแล้ว นักบัญชีและผู้บริหารกิจการจะต้องมีความรู้ด้านภาษีอากรอีกด้วย
ดังนั้นการจัดทำงานเกี่ยวกับบัญชีจะต้องมีแนวทาง ที่จะกำหนดในการจัดทำเพราะต้องคำนึงถึงทั้งหลักการบัญชีและกฎหมายภาษีอากร ซึ่งมีอยู่บ่อยครั้งมักจะพบว่า บัญชีที่ ได้จัดทำนั้นไม่ตอบสนองกับหลักเกณฑ์ทางกฎหมายภาษีอากร มีข้อขัดแย้งกับที่นักบัญชีจะต้องเข้าไปแก้ไขปรับปรุงให้เป็น ที่ยอมรับและถูกต้องทั้งด้านการบัญชีและกฎหมายภาษีอากร จะเห็นได้ว่าหากนักบัญชีได้มีการจัดทำบัญชีตั้งแต่สมุดรายวันขั้นต้น สมุดขั้นปลาย งบทดลอง งบการเงิน นักบัญชีจะยึดหลักการบัญชีและมาตรฐานการบัญชี อีกนัยหนึ่งก็คือยึดหลักของบัญชีการเงิน (Financial Accounting) นักบัญชีจะต้องนำข้อมูลทางบัญชีการเงินมาปรับปรุงให้สอดคล้องกับกฎหมายภาษีอากรซึ่งก็คือการบัญชีภาษีอากร (Tax Accounting) ข้อแตกต่างระหว่างบัญชีการเงินกับบัญชีภาษีอากรจึงสรุปได้ดังต่อไปนี้
บัญชีการเงิน (Financial Accounting)
เป็นการจัดทำบัญชีเพื่อบันทึกรายการค้าที่เกิดขึ้นในแต่ละงวดบัญชี ตลอดจนการแสดงฐานะการเงินของกิจการในการจัดทำงบการเงิน แสดงการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงิน และผลการดำเนินงานของกิจการเพื่อรายงานต่อผู้บริหาร ผู้ถือหุ้น บุคคลภายนอก และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นงบกำไรขาดทุน งบต้นทุนผลิต งบดุล งบกระแสเงินสด งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น งบประกอบอื่นและหมายเหตุประกอบงบการเงินของกิจการ และรายละเอียดประกอบการจัดทำรายงานทางการเงินที่เกี่ยวข้อง
บัญชีภาษีอากร (Tax Accounting)
เป็นการนำหลักเกณฑ์ทางบัญชี มาตรฐานการบัญชี มาปรับให้เข้ากับประมวลรัษฎากรและกฎหมายภาษีอากรต่างๆ ให้สอดคล้องกันเพื่อให้ถูกต้องตามหลักการบัญชีและกฎหมายภาษีอากรไม่ว่าจะเป็นเรื่องการคำนวณกำไรขาดทุนสุทธิ เงื่อนไขการรับรู้รายได้และรายจ่ายของกิจการ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีหัก ณ ที่จ่าย หรืออากรแสตมป์ สืบเนื่องมาจากหลักการบัญชี หลายประการที่ขัดแย้งไม่เป็นไปตามกฎหมายภาษีอากรนั่นเอง มักจะพบเห็นกันเมื่อมีการจัดทำบัญชีของธุรกิจในแต่ละรายการค้าแต่ละงวดบัญชีมักจะปรากฏอยู่เสมอว่า หลักในการจัดทำบัญชีไม่เป็นไปตามกฎหมายภาษีอากร ซึ่งผู้จัดทำบัญชีจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขรายการค้าที่เกิดขึ้นให้เป็นไปตามเงื่อนไขทางภาษีอากรที่ได้กำหนดเอาไว้
นักบัญชีส่วนใหญ่มีความรู้ความเข้าใจในการจัดทำบัญชีการเงิน แต่ขาดความเข้าใจในตัวบทกฎหมายภาษีอากรโดยเฉพาะการนำกฎหมายภาษีอากรมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากันกับหลักการบัญชี โดยมากแล้วนักบัญชีมักจะทราบแต่พื้นฐานเบื้องต้นในการคำนวณหรือชำระภาษีอากร เช่น อัตราร้อยละของภาษีที่ต้องชำระ ต้องหักและนำส่งเท่านั้น
สรุปวัตถุประสงค์ของข้อแตกต่างระหว่างบัญชีการเงินและบัญชีภาษีอากรได้ดังนี้
บัญชีการเงิน
1.      ช่วยในด้านการควบคุมรายรับ ? รายจ่ายสินทรัพย์ - หนี้สินและส่วนของเจ้าของ
2.      ช่วยในการบริหารงานของกิจการ
3.      ช่วยในการตัดสินใจในการดำเนินงานขยาย ? เลิกกิจการ ฯลฯ
4.      เพื่อประโยชน์แก่บุคคลภายนอกโดยเฉพาะผู้ถือหุ้นที่ต้องการข้อมูลไปใช้ในการตัดสินใจ
5.      หลักฐานพิสูจน์ความถูกต้องในการจัดทำบัญชี การรวบรวมข้อมูลทางบัญชีการเงิน
บัญชีภาษีอากร
1.      ปรับหลักการบัญชีให้เข้ากับกฎหมายภาษีอากร
2.      หาข้อยุติทางบัญชีและภาษีอากรให้สอดคล้องกัน
3.      ปรับปรุงการบันทึกบัญชีให้เหมาะสมถูกต้องตามกฎหมายภาษีอากร
4.      จัดทำบัญชีที่กฎหมายภาษีอากรกำหนดให้ทำ เช่น บัญชีพิเศษแสดงการหักภาษี ณ ที่จ่าย และการนำส่งภาษีรายงานภาษีมูลค่าเพิ่ม
5.      ปรับปรุงรายรับทางบัญชีให้ตรงกับภาษีอากร


ที่มา : www.cpaccount.net

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เพิ่งเปิดบริษัท ควรทำอย่างไร ภาค2

ขออภัยที่ห่างหายไปนานจ้าาา  ไม่ได้หนีหายไปไหนนะคะ  ง่วนกับการปิดบัญชีประจำปีอยู่ค่ะ  ตอนนี้เริ่มว่างแล้ว  ฝ้ายเลยมาอัพเดทข้อมูลอันเป็นประโยชน์ในการทำบัญชีแก่ทุกๆท่านค่ะ

หลังจากเราเลือกได้แล้วจะจดทะเบียนแบบไหน

กรณีเลือกจดทะเบียนร้านค้า
-  เลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา  เอกสารบิลซื้อขายค่าใช้จ่ายต่างๆ  เก็บไว้บ้างค่ะ  เวลายื่นภาษีบางทีสรรพากรก็สุ่มตรวจดูนะคะ
- เลือกหัก ค่าใช้จ่ายตามจริง  อันนี้ต้องเก็บบิลให้ครบทุกใบเลยค่ะ  ต้องทำบัญชีรายรับรายจ่ายด้วยค่ะ  เปิดบิลขายสินค้า  (ที่สำคัญบิลต้องถูกต้อง  สามารถพิสูจน์ผู้รับเงินได้  ถ้าหัวบิลเป็นพวกเงินสดๆ  ร้านข้างทาง  ไม่มีชื่อปั๊มว่าใครเป็นผู้ซื้อ  ผู้ขาย  ใช้ไม่ได้นะคะ  รายละเอียดค่อนข้างเยอะค่ะ)

กรณีเลือกจดทะเบียนนิติบุคคล
- หักค่าใช้จ่ายได้แบบเดียวค่ะ  ตามจริงเท่านั้น  ต้องเก็บบิลให้ครบค่ะ  และบิลต้องถูกต้องค่ะ  ต้องเปิดบิลขายด้วยนะคะ

***ฟังดูเหมือนจะง่าย  ไม่ยากสักเท่าไหร่  มีอะไรเก็บไว้ให้หมด***


ประเด็นที่สำคัญ  (ที่พบจากลูกค้า SME 80%)

1.  ส่วนใหญ่ไม่เก็บเอกสาร

2. เก็บเอกสารแต่บิลซื้อจากตาสีตาสาที่ไหนก็ไม่รู้  ไม่สามารถพิสูจน์ผู้รับเงินได้

3. อยากทำบัญชีเอง  ไม่ต้องจ้าง  แต่ขาดความรู้ทำให้โดนสรรพากรประเมินภาษีที่ตกหล่น  (ยังไม่รวมเบี้ยประเงินเพิ่ม  ที่ไม่ได้ยื่นตามกำหนด)


อยากรู้ว่าในแต่ละเดือนต้องยื่นภาษีอะไรบ้าง  ตามลิงค์ด้านล่างนี้ค่ะ
http://nukbunche.blogspot.com/2015/06/blog-post.html


อยากรู้ว่าค่าปรับสรรพากร  มีอะไรบ้าง  ตามลิงค์ด้านล่างนี้ค่ะ
http://nukbunche.blogspot.com/2015/06/blog-post_23.html

***ค่าปรับดังที่เห็นแล้วว่า  หากท่านขาดความรู้ความเชี่ยวชาญแล้วย่อมจะทำให้เสียค่าปรับค่ะ  แนะนำถ้าไม่ถนัดจริงๆ  หาคนรู้จักที่มีประสบการณ์ด้านบัญชีดูแลเถอะค่ะ  หรือเลือกใช้บริการเราก็ได้ค่ะ  เริ่มต้นเดือนละ 500 บาทค่ะ***


งั้นเรามาดูกันก่อนแล้วกันนะคะเก็บเอกสารทำอย่างไรให้สรรพากรยอมรับ
เก็บเอกสารตั้งเยอะตั้งแยะ  แต่ใช้ไม่ได้เลยสักใบ

1. กรณี  ไม่มีบิลค่ะ  ทำใบรับเงินเลยค่ะ  หน้าตาใบรับเงินเป็นแบบนี้ค่ะ  หัวด้านบนเป็นชื่อเรานะคะ  แล้วให้ผู้ที่รับเงินจากเรากรอกแบบฟอร์มค่ะ  ชื่อ - สกุล  ที่อยู่  เลขที่ประชาชน  ได้รับเงินค่า???  กรณีเป็นนิติบุคคลมีการจ่ายค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้ต้องหัก ณ ที่จ่ายด้วยนะคะ  ค่าจ้างแรงงาน3%  ค่าบริการ3%  ค่าเช่า5%  ค่าโฆษณา2%  ค่าขนส่ง1%  และนำส่งภาษีประจำเดือนค่ะ  (หากไม่ได้หัก  ทำอย่างไรล่ะ  เตรียมตัวนำส่งสรรพากรแทนเองเลยค่ะ  ควักเนื้อ)  อีกอย่างอย่าลืมออกหนังสือรับรอง หัก ณ ที่จ่าย ให้คนที่ถูกเราหัก นะคะ

2. กรณีมีบิล  ก็ขอนามบัตรเค้ามาแนบนะคะ  (แต่บิลต้องเป็นใบเสร็จ  บิลเงินสดเท่านั้นนะคะ  ใบส่งของใช้ไม่ได้จ้า)
แบบฟอร์ม ใบรับเงิน



วันพุธที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2557

หน้าที่ของผู้ประกอบการรายใหม่



1. ยื่นแบบและชำระภาษีตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ได้แก่
    1.1 การยื่นแบบ ภงด.1 สำหรับการจ่ายเงินเดือนและหักภาษี ณ ที่จ่ายแต่ละเดือนภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
    1.2 การยื่นแบบ ภงด.3 และ 53 สำหรับการจ่ายค่าใช้จ่ายเช่นค่าเช่า, ค่าขนส่ง, ค่าโฆษณา, ค่าจ้างทำของ, ค่าบริการฯ ที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย  ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป หากเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม จะต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน ไม่ว่าจะมีภาษีชำระหรือไม่ หากไม่ยื่นแบบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปจะต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มด้วย
    1.3 การยื่นแบบ ภงด.50 สำหรับการเสียภาษีประจำปี ภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชีแต่ละปี
    1.4 การยื่นแบบ ภงด.51 สำหรับการเสียภาษีครึ่งปี (6 เดือน) ภายใน 2 เดือนนับจากวันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชีครึ่งปี
   


2. มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและจดทะเบียนตามกฎหมายกำหนด ได้แก่
    2.1 การขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ตามแบบ ลป.10 ภายใน 60 วันนับจากวันที่จดทะเบียนธุรกิจ (หรือยื่นแบบผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากรก็ได้)
    2.2 การจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามแบบ ภพ.01 เมื่อเริ่มต้นประกอบกิจการ หรือ เมื่อรายได้ถึง 1.8 ล้านต่อปี ต้องจดทะเบียนภายใน 30 วัน (หรือยื่นแบบผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากรก็ได้)


3. จัดทำเอกสารหลักฐานและบัญชีตาม พรบ.การบัญชี 2543 (บริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วนจำกัด ต้องมีผู้ทำบัญชีของกิจการ)

4. ให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงานเมื่อได้รับหนังสือเชิญพบ

5. ชำระภาษีอากรตามการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินภายในกำหนดเวลา

6. ปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอากรให้ครบถ้วนและถูกต้อง

7. ไม่หลีกเลี่ยงภาษีอากรหรือไม่ปิดบังซ่อนเร้นข้อมูลทางบัญชีและภาษีอากร


ที่มา  http://www.pwaaccount.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539290902&Ntype=8

5 คำถามยอดฮิตของผู้ทำบัญชี

5 คำถามยอดฮิตของผู้ทำบัญชี

งานบัญชี


ในบรรดาคำถามมากมายที่นักบัญชีมักจะถามเกี่ยวกับการเป็นผู้ทำบัญชีนั้น วันนี้เราได้รวบรวม 5 คำถามยอดฮิตของผู้ทำบัญชี มาฝากกัน
ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ทำบัญชีไม่ควรพลาด ดังนี้

1. ผู้ทำบัญชี คือใคร?

ผู้ทำบัญชี คือผู้ได้รับมอบหมายจากผู้ประกอบการธุรกิจ ให้เป็นผู้รับผิดชอบในการทำบัญชีของกิจการแห่งหนึ่ง กฎหมายกำหนดให้กิจการหนึ่งแห่งจะต้องมีผู้ทำบัญชี 1 คน ซึ่งอาจเป็นผู้อำนวยการฝ่ายบัญชี สมุห์บัญชี หัวหน้าแผนกบัญชี หรือผู้รับจ้างทำบัญชีอิสระ ก็ได้ ทั้งนี้ผู้ทำบัญชีหนึ่งคนจะรับทำบัญชีได้ไม่เกินปีละ 100 แห่ง

2. ผู้ทำบัญชีต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?

คุณสมบัติของผู้ทำบัญชีนั้นถูกกำหนดตามขนาดของธุรกิจ โดยผู้ทำบัญชีให้กับห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัทจำกัด ที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท ต้องมีวุฒิไม่ต่ำกว่าอนุปริญญา หรือ ปวส.ทางการบัญชี ส่วนผู้ทำบัญชีให้กับห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่มีขนาดใหญ่ ต้องมีคุณวุฒิปริญญาตรีทางการบัญชีขึ้นไป หรือเทียบเท่า

3. นักบัญชีทุกคนต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชีหรือไม่?

นักบัญชีทุกคนไม่จำเป็นต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชี เพราะการเป็นนักบัญชีทั่วไปไม่ถือว่าเป็นผู้ทำบัญชี เนื่องจากผู้ทำบัญชีจะต้องเป็นบุคคลที่ผู้ประกอบการหรือนิติบุคคลมอบหมายให้ เป็นผู้มีหน้าที่ทำบัญชีและมีหน้าที่รับผิดชอบในการลงนามใน สบช.3 โดยผู้ทำบัญชีทุกคนจะต้องแจ้งการเป็นผู้ทำบัญชีที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าภาย ใน 60 วันนับตั้งแต่วันที่รับทำบัญชี

4. ชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชี (CPD) นับอย่างไร?

ผู้ทำบัญชีจะต้องมีการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ (CPD ย่อมาจาก Continuing Professional Development) เพื่อคงสถานะความรู้ทางวิชาชีพไว้ตลอดเวลา รวมทั้งเพิ่มพูมความรู้ใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ในการทำบัญชี ทั้งในปัจจุบัน และอนาคต
โดยจะต้องนับชั่วโมงให้ได้ไม่น้อยกว่า 27 ชั่วโมงในรอบ 3 ปี ทั้งนี้ใน 27 ชั่วโมงนั้น จะต้องมีเนื้อหาที่เกี่ยวกับการบัญชีไม่น้อยกว่า 18 ชั่วโมง และเรื่องอื่น ๆ อีก 9 ชั่วโมง โดยเฉลี่ยในรอบ 1 ปีจะต้องมีการพัฒนาความรู้ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง นอกจากนี้การเป็นวิทยากรสามารถนับได้ 3 เท่าของชั่วโมงบรรยาย โดยไม่ให้นับซ้ำหัวข้อเดิมในทุกรอบ
3 ปี และการเป็นอาจารย์ในสถาบันการศึกษา นับได้วิชาละ 9 ชั่วโมงโดยไม่ให้นับซ้ำหัวข้อเดิมในทุกรอบ 3 ปี

5. การแจ้งการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ (CPD) ต้องทำอย่างไร?

ผู้ทำบัญชีต้องแจ้งการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ (CPD) กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าทางอินเทอร์เน็ตใน www.dbd.go.th ภายใน 60 วันหลังจากสิ้นสุดปีปฏิทิน ซึ่งได้แก่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 1 มีนาคม ของปีถัดไปนั่นเอง
ทราบอย่างนี้แล้วผู้ทำบัญชีอย่าลืม ทำตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้นให้ครบถ้วนนะคะ สำหรับผู้ที่เป็นนักบัญชีทั่วไป ก็ไม่ควรละเลยการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องเช่นกันค่ะ


ที่มา  http://th.jobsdb.com/TH/TH/V6HTML/Home/audit51.htm

วันอังคารที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2557

อาชีพอิสระนักบัญชี

อาชีพอิสระนักบัญชี    

โดย ณรงค์วิทย์ แสนทอง    



“นักบัญชี” ถือเป็นอาชีพหนึ่ง ที่ต้องอาศัยความรู้ความสามารถเฉพาะทาง และร่ำเรียนมาโดยตรง ทำงานในสายงานบัญชี จนมีประสบการณ์มากพอสมควร ผ่านความรับผิดชอบเป็นสมุห์บัญชี หรือผู้จัดการฝ่ายบัญชีมาก่อน   จึงจะได้รับการยอมรับให้เป็น “นักบัญชี”



“ผู้ทำบัญชี” เป็นวิชาชีพ  ที่ปัจจุบันมีการตรากฎหมายออกมาเพื่อคุ้มครองอาชีพนี้โดยเฉพาะ  คือ พระราชบัญญัติ การบัญชี พ.ศ.๒๕๔๓   “ผู้ทำบัญชี” ที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย แต่อาจไม่ใช่ “นักบัญชี” หากว่าผู้นั้นยังขาดประสบการณ์ในหน้าที่งานบัญชี   และเช่นกัน “นักบัญชี” ผู้มีความสารมาถและประสบการณ์ ไม่อาจจะเป็น “ผู้ทำบัญชี” ได้หากว่าขาดคุณสมบัติวุฒิการศึกษาตามที่กฎหมายกำหนด





เมื่อกล่าวถึง “ผู้ทำบัญชี” ก็ต้องกล่าวถึง “ผู้สอบบัญชี” ซึ่งเป็นวิชาชีพอิสระอีกอาชีพหนึ่ง ที่ต้องอาศัยซึ่งกันและกัน ดังกฏที่ว่า งบการเงินของกิจการหนึ่ง ๆ ผู้ทำบัญชี และผู้ตรวจสอบบัญชีต้องมิใช่คนเดียวกัน หรือเรียกว่า คนทำไม่ตรวจ คนตรวจก็ไม่ทำบัญชี   คล้ายกับอาชีพหมอ ที่ว่า แพทย์เป็นผู้ตรวจแล้วสั่งยา แต่ไม่หยิบยาเอง ส่วนเภสัชกรมีหน้าที่หยิบยา แต่ไม่มีหน้าที่สั่งยาให้คนไข้  หรือยกอีกตัวอย่างหนึ่ง คืออาชีพวิศวกร กับสถาปัตยกรรม ทั้งสองอาชีพทำหน้าที่คู่ขนานกัน



สำหรับนักบัญชี อย่างน้อย ๆ จะต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ  1 ใบ     เพื่อขึ้นทะเบียนเป็น :





ผู้ทำบัญชี

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)

ผู้สอบภาษีอากร (Tax Auditor)

อาชีพและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับนักบัญชี

1.รับทำบัญชี

2.รับตรวจสอบบัญชี

3.รับวางระบบบัญชี

4.รับเขียนโปรแกรมบัญชี

5.ที่ปรึกษาภาษีอากร

6.เป็นวิทยากร / ผู้สอน วิชาบัญชี – ภาษีอากร

7.สถาบันอบรมบัญชี-ภาษีอากร

8.ผลิต/จำหน่ายโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป



ลำดับที่ 1 – 6 จะทำเป็นอาชีพอิสระด้วยตัวเองคนเดียวก็ได้



ณ ที่นี้จะขอกล่าวถึงอาชีพการรับทำบัญชี  เพราะเป็นงานอิสระที่นักบัญชีส่วนใหญ่เริ่มต้นด้วยการรับทำบัญชี



รูปแบบของธุรกิจรับทำบัญชีนี้ เป็นอย่างไร ?

ท่านสามารถเลือกแบบธุรกิจ ซึ่งแบ่งตามขนาดที่ท่านต้องการ





1.One Man Show

นักบัญชีกลุ่มนี้มีจำนวนมาก  บางรายรับทำบัญชี  บางรายสอนงาน วางระบบ ที่ปรึกษา  ตอนเริ่มต้นอาจทำด้วยตัวคนเดียว แล้วค่อย ๆ หาผู้ช่วยเพิ่มขึ้นตามปริมาณงาน   แต่บางรายต้องการอิสระในการทำงาน ไม่ต้องอาศัยผู้ช่วยหรือทีมงาน   ข้อดีคือควบคุมคุณภาพได้ที่เราอยากให้เป็น  ข้อเสียคือถ้ารับงานมากเกินไปจะทำให้เครียดได้

หากเป็นประเภทรับทำบัญชีส่วนใหญ่เกิดจากในอดีตระหว่างทำงานประจำ  รับจ๊อบทำบัญชีให้กับกิจการอื่นเป็นอาชีพเสริม พอมีมากขึ้น ๆ ก็ลาออกเปลี่ยนเอาจ๊อบบัญชีเป็นอาชีพหลัก  ที่พบเห็นอีกกลุ่มที่ไม่น้อยเลยเป็นแม่บ้านมีภาระงานในบ้านพอสมควร  ไม่อยากออกไปทำงานนอกบ้านจึงรับงานบัญชีมาทำที่บ้าน





2.Teamwork

อาจเริ่มต้นจากตัวคนเดียว แล้วหาผู้ช่วย(พนักงานบัญชี) เพิ่ม รวม ๆ ไม่เกิน 10 คน หรือเริ่มต้นจากการชวนเพื่อน 1-2 คน มาทำร่วมเป็นหุ้นส่วนกัน

บางทีได้งานรับวางระบบบัญชี ก็ต้องมีทีมงานที่สามารถเรียกมาช่วยกันได้โดยทันที





3.Firm

เมื่อกิจการมีทีมงานมากกว่า 5 คน เจ้าของกิจการจะขยายให้โตขึ้น มีพนักงาน 10 หรือ 20 คน แล้วแต่โอกาสและความต้องการ กิจการขนาดนี้ มี 3 แบบ คือ  สำนักงานรับทำบัญชีอย่างเดียว  สำนักงานรับตรวจสอบบัญชีอย่างเดียว  และสำนักงานที่มีทั้งแผนกทำบัญชีและแผนกตรวจสอบบัญชีอยู่ในองค์กรเดียวกัน  และอาจจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล บริษัทจำกัด



ด้านรายได้

ขึ้นอยุ่กับความสามารถในการหางาน และทำงาน  ปัจจุบันองค์กรธุรกิจที่เป็นนิติบุคคล ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด  บริษัทจำกัด ประมาณ 475,000 ราย หากเราจะขอแบ่งมาทำสัก 10-20 ราย ไม่น่าจะยากเกินกำลัง โดยเฉพาะผู้ที่มีวงพื่อนฝูงและญาติกว้างขวาง





รายได้มากน้อย จะขึ้นอยู่กับขนาดของกิจการที่เราดูแล หากเป็นรายใหญ่จะมีค่าบริการค่อนข้างสูง  ดังนั้นจึงควรมีลูกค้าขนาดใหญ่ไว้บ้าง





อาชีพนี้จะมีรายได้สม่ำเสมอ หากรู้จักเก็บจะเป็นอาชีพที่มั่นคง  แต่ถ้าอยากจะรวยกับอาชีพนี้ ไม่ทราบจะบอกอย่างไรเพราะคำว่า “รวย” ของแต่ละคนพอใจจะรวยไม่เท่ากัน



ต้องเตรียมตัวอย่างไร ?

มีข้อควรคิดถึงคุณสมบัติส่วนตัว และการเตรียมความพร้อม ดังนี้



ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ที่ผ่านมาคิดว่ามั่นใจเต็มที่แล้วหรือยัง เชื่อมั่นในตัวเองมากแค่ไหน โดยปรึกษาขอความเห็นจากเพื่อนนักบัญชีด้วยกัน หรืออดีตหัวหน้าฝ่ายบัญชีที่เราเคารพศรัทธา

เตรียมเผชิญกับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง  จากเดิมที่เคยออกจากบ้านไปที่ทำงานทุกวัน แต่กลับต้องอยู่กับบ้าน   เคยมีผู้ร่วมงานคอยเป็นเพื่อนคุย ต่อไปนี้เราจะค่อนข้างเหงา ต้องใช้เวลาในการปรับสภาพความเป็นอยู่ระยะหนึ่ง

ไม่หยุดการเรียนรู้ ต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเคิมตลอดเวลา และไม่ลืมที่จะต้องเข้าอบรมวิชาบัญชี-ภาษี ให้ครบ 27 ชั่วโมงทุก ๆ 3 ปี ตามที่สภาวิชาชีพการบัญชีกำหนด

มีที่ปรึกษาส่วนตัว หรือแหล่งที่จะขอคำปรึกษาได้ เพราะไม่มีใครที่พร้อม 100% วิชาการค้นหาได้จากหนังสือ แต่ภาคปฎิบัติต้องอาศัยปรึกษาจากผู้ที่มีประสบการณ์

เวลางาน กับเวลาส่วนตัว ต้องจัดแบ่งให้ลงตัวอย่างเหมาะสม  หากแบ่งเวลาให้กับงานน้อยไป หรือผลัดวันประกันพรุ่งจะทำให้งานค้างจำนวนมาก เป็นผลเสียในด้านการให้บริการ

จัดหาอุปกรณ์เครื่องใช้ให้พอเพียง  อย่างน้อยต้องมีอุปกรณ์สำนักงานครบ และที่ขาดไม่ได้คือ โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป ที่มีประสิทธิภาพ



ปัจจัยที่จะทำให้เกิดความล้มเหลวในอาชีพนี้





1.รับงานที่มีความเสี่ยงสูง

บางคนรับงานทำบัญชีทุกราย โดยไม่เลือกว่ากิจการใดประกอบธุรกิจอย่างซื่อสัตย์หรือไม่  ช่วยเหลือลูกค้าเลี่ยงภาษีอากร  บันทึกตัวเลขบัญชีโดยไม่มีเอกสารหลักฐานที่ถูกต้อง  ให้การช่วยเหลือลูกค้าจนเกินเหตุ  ขาดจรรยาบรรณ ท่านอาจเป็นคนกลุ่มแรกที่จะถูกเพิกถอนใบอนุญาต หรือถูกดำเนินคดีได้





2. ยักยอกเงินภาษี

บางรายให้บริการยื่นชำระภาษีแทนลูกค้า โดยรับเงินสดจากลูกค้าเพื่อไปยื่นแบบชำระภาษีให้สรรพากร แรก ๆ ก็ทำเป็นปกติ ต่อมาการเงินส่วนตัวมีปัญหา นำเงินภาษีที่รับมาจากลูกค้าไปหมุน แล้วนำส่งภาษีไม่ทันอีก เกิดการค้างมากขึ้น ๆ บางรายทำอย่างนี้กับลูกค้าทุกรายที่มี ได้เงินไปหลายแสน บางรายได้ไปนับล้าน จนต้องหนีหายตัวไป  ผลเสียกตกกับลูกค้าที่ค้างส่งภาษี  ทำให้เสียสถาบันวิชาชีพอย่างร้ายแรง





3.บริการแย่ลง

บางรายมีลูกค้าติดต่อมาว่าจ้างมากขึ้น ๆ  ปริมาณงานที่รับมากเกินกว่าที่จะทำได้ทัน ไม่รีบเร่งแก้ปัญหา รับปากกับลูกค่าว่าจะเสร็จแล้ว ผลัดวันประกันพรุ่ง มีข้อผิดพลาดบ่อย ลืมนัด เลื่อนนัดเป็นประจำ  ทำให้ลูกค้าต้องตีจากให้คนอื่นมาทำแทน





4. ขาดการเอาใจใส่

ขาดการดูแลเอาใจใส่ลูกค้า ปีหนึ่งลูกค้าได้เห็นหน้าเพียงครั้งเดียว หรือไม่ได้ไปพบลูกค้าเลยเป็นปี ๆ  และบางรายปล่อยให้ลูกจ้างทำงาน โดยไม่ได้ติดตามผลงาน   ถ้าลูกจ้างบริการไม่ดีผลเสียจะตกกับเรา บางรายมีลูกจ้างให้บริการดีเราก็ดีด้วย  แต่บางทีลูกจ้างที่ดีลาออกไป ไม่ออกเปล่าแถมดึงลูกค้าเราติดไปด้วยอย่างนี้ก็มีเยอะ





5. ขาดการพัฒนาตนเอง

ไม่มีการติดตามข่าวสารภาษีอากร กฎหมาย กฎกระทรวง ที่ออกมาใหม่ เพื่อนำมาประกอบการใช้งาน จนทำให้การทำงานมีข้อผิดพลาด  การศึกษาทางธุรกิจด้านอื่น ๆ ก็ต้องมีความรู้พอเท่าทันลูกค้าบ้างเหมือนกัน





ความภูมิใจในอาชีพนักบัญชี





1.เป็นอาชีพที่มีเกียรติ

ทั้งนี้ผู้ประกอบวิชาชีพต้องปฎิบัติตน ทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ มีระเบียบวินัย และธำรงไว้ซึ่งจรรยาบรรณในวิชาชีพ  ท่านจะได้รับเกียรติและการยอมรับจากลูกค้าและบุคคลทั่วไป





2. สร้างคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติ

ถือว่ามีส่วนร่วมในสังคม เป็นกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างความยุติธรรม ความโปร่งใส ธรรมาภิบาล อันทำให้สังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ





3. ความมีเอกภาพ

นักบัญชีที่ดีต้องมีเอกภาพ มีอิสระที่จะปฎิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องตรงไปตรงมา  ฝ่ายผู้ประกอบการต้องการเสียภาษีน้อย แต่ฝ่ายเจ้าหน้าที่สรรพากรต้องการเก็บภาษีให้ได้มาก ๆ  เรานักบัญชีเป็นผู้อยู่ตรงกลาง ทำอย่างไรจึงจะให้ได้รับความพอใจทั้งสองฝ่าย และอยู่บนเงื่อนไขความ

ถูกต้องด้วย

วันจันทร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2557

ติดต่อเรา



บริษัท บุศราคัมการบัญชี จำกัด

473/103 ซ.จรัญสนิทวงศ์35 แยก 4 แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กทม 10700

E-mail    budsarakum01@gmail.com


Facebook   nukbunche              Line  buacc


เวลาทำการ  วันจันทร์-เสาร์ 9.00-18.00

ติดต่อ  คุณฝ้าย  (ผู้จัดการบัญชี)             062-4593641
             คุณเจ็ง   (หัวหน้าฝ่ายบัญชี)         062-3597942
             คุณกี  (ฝ่ายการเงิน โปรแกรมPEAK)         089-7694159
             คุณเอ็ม  (ฝ่ายทะเบียน)                090-9718988
           


แผนที่




บริการของเรา


          บริษัท บุศราคัมการบัญชี จำกัด เป็นสำนักงานบัญชีที่ให้บริการทางด้านบัญชีอย่างครบวงจรได้แก่ บริการทำบัญชี บริการตรวจสอบบัญชี วางแผนภาษี บริการงานจดทะเบียน บริการกฎหมาย บริการลงประกาศหนังสือพิมพ์ โดยทีมงานที่มีความรู้และประสบการณ์โดยตรงและมีคุณสมบัติ ครบถ้วนตามที่ได้รับการอบรมจากหลักสูตรของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสภาวิชาชีพบัญชี เรามีความมั่นใจว่าลูกค้าทุกรายของเราจะได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการใช้บริการของเรา


บริการของเรา

บริการจัดทำบัญชี    (อ่านเพิ่มเติม..คลิก..) 
  • บัญชีรายเดือน ยื่นภาษีรายเดือน ภงด1 ภงด3 ภงด53 ประกันสังคม
  • บัญชีรายปี  จัดทำ ภงด50 + งบการเงินประจำปี

บริการตรวจสอบบัญชี   (อ่านเพิ่มเติม..คลิก..)
  • รับตรวจสอบบัญชี ธุรกิจประเภทซื้อมา-ขายไป
  • รับตรวจสอบบัญชี ธุรกิจบริการ
  • รับตรวจสอบบัญชี ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
  • รับตรวจสอบบัญชี ธุรกิจโรงงานอุตสาหกรรม
  • รับตรวจสอบบัญชี องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร เช่น มูลนิธิ, สมาคม
  • รับตรวจสอบบัญชี นิติบุคคลอาคารชุด และหมู่บ้านจัดสรร

บริการงานจดทะเบียน   (อ่านเพิ่มเติม..คลิก..)
  • จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด
  • จดเปลี่ยนแปลงกรมพัฒนาธุรกิจฯ เช่น ย้ายสถานประกอบการ เปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น  เปลี่ยนแปลงกรรมการ  แก้ไขชื่อบริษัท  เพิ่มทุนจดทะเบียน และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
  • จดทะเบียนเลิกและชำระบัญชี บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด
  • ขึ้นทะเบียนนายจ้างสำนักงานประกันสังคม
  • จดภาษีมูลค่าเพิ่มกรมสรรพากร
  • จดเปลี่ยนแปลงกรมสรรพากร เช่น ย้ายสถานประกอบการ เพิ่มวัตถุประสงค์

บริการคัดเอกสาร   (อ่านเพิ่มเติม..คลิก..)
  • คัดเอกสารกรมพัฒนาธุรกิจการค้า  เช่น หนังสือรับรอง  บอจ5 บริคณห์สนธิ ตราประทับ และอื่นๆ 
  • คัดเอกสารกรมสรรพากร  เช่น  ภงด50 ภงด51 ภงด1 ภงด3 ภงด53 พ30 งบการเงิน  และอื่นๆ
  • คัดเอกสารสำนักงานประกันสังคม เช่น แบบ สปส ใบเสร็จประกันสังคม

บริการประกาศหนังสิอพิมพ์  (อ่านเพิ่มเติม..คลิก..)
  • เชิญประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 
  • เชิญประชุมผู้ถือหุ้นวิสามัญประจำปี
  • เพิ่มทุน ลดทุนจดทะเบียนบริษัท 
  • กรรมการเข้า-ออก
  • เลิกบริษัท 
  • ชำระบัญชี
  • ย้ายสำนักงาน
  • แก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับ ระเบียบของบริษัท 
  • เปลี่ยนตราประทับ
  • เปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการ 
  • ประกาศจ่ายเงินปันผล
  • หนังสือแจ้งให้ชำระหนี้
  • ประกาศอื่นๆ
  • รับว่าความทั่วราชอาณาจักร
  • รับยื่นคำร้องศาลกรณีเป็นสถานะร้าง
  • ร้องจัดการมรดก
  • รับรองบุตร
  • รับปรึกษาอรรถคดีต่างๆ
  • คดีอาญา คดีแพ่ง คดีทรัพย์สินทางปัญญา คดีแรงงาน คดีล้มละลาย คดีปกครอง
  • รับติดตามหนี้สิน
  • เจรจาประนอมหนี้
  • รับลงชื่อรับรองลายมือชื่อและเอกสาร Notarial Services Attorney (โนตาลีปับลิค)
  • อื่น ๆ ที่เกี่ยวกับกฏหมายทุกเรื่อง

Disqus Shortname

Comments system