แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทะเบียนการค้า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทะเบียนการค้า แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2560

หากธุรกิจเพิ่งเริ่มสตาร์ท ควรจ้างสำนักงานบัญชีอิสระทำดีไหม ?


เพราะการทำบัญชีจะมีส่วนช่วยให้ผู้ประกอบการได้รับทราบถึงรายรับและรายจ่ายภายในกิจการของบริษัททั้งหมด ทำให้การทำบัญชีจึงกลายเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะขาดเสียไม่ได้ในการประกอบธุรกิจ

ซึ่งข้อมูลที่ได้มาในส่วนดังกล่าวเป็นเครื่อง

มือที่สำคัญของผู้ประกอบการในการควบคุมการดำเนินงานของทางบริษัท ที่จะทำให้รู้ว่าจะต้องเพิ่มเงินลงไปในส่วนไหน หรือตัดทอนในส่วนอะไรและมีกำไรมากน้อยขนาดไหนในแต่ละเดือน

ซึ่งการทำบัญชีจะสามารถทำให้กำหนดแผน งานที่เหมาะสมให้กับธุรกิจของตนเองได้ในที่สุดจึงถือเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการทุกคนจะต้องทำ สำหรับธุรกิจเปิดใหม่ควรจ้างบริษัทรับทำบัญชีเป็นการเฉพาะเข้ามาจัดการดูแลให้ดีไหม

เกณฑ์บ่งชี้ว่าธุรกิจถึงเวลาที่จะต้องจ้างบริษัทบัญชี

รูปแบบการจัดตั้งธุรกิจคือสิ่งแรกที่ผู้ประกอบการจะต้องใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณาว่าควรจะใช้บริการรับทำบัญชีหรือไม่ เพราะหากเป็นธุรกิจที่มีรูปแบบการดำเนินงานที่มีเจ้าของเพียงคนเดียว เป็นธุรกิจการค้าขายแบบง่ายๆ และไม่ยุ่งยากจนเกินไปนัก ปราศจากการร่วมหุ้นก็อาจไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปเสียเงินจ้างบริษัทรับทำบัญชี

แต่หากธุรกิจของผู้ประกอบการมีการจดทะเบียนที่เป็นบริษัทในรูปแบบของนิติบุคคลซึ่งมีข้อกำหนดตามกฎหมายในการทำบัญชีส่งทุกเดือน ก็สมควรจะต้องจ้างบริษัทรับทำบัญชีอย่างที่สุด

เกณฑ์การตัดสินใจจ้างสำนักงานบัญชี

ถ้าธุรกิจมีเงินหมุนเวียนในระบบไม่เกินสองแสนบาทต่อเดือน และอาจเป็นประเภทร้านขายของ หรือขายสินค้าที่มีหน้าร้าน ก็คงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องจ้างบริษัทมาทำบัญชี เพราะจำนวนเงินดังกล่าวผู้ประกอบการน่าจะสามารถดูแลและจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายเองได้

แต่หากมีเงินหมุนเวียนในระบบมากกว่านั้น ก็อาจจะต้องให้บริษัทรับทำบัญชีมาดูแลในเรื่องดังกล่าว เพราะจำนวนเงินที่มากหากผู้ประกอบการเป็นคนทำบัญชีเอง ด้วยการค้าขายหรือบริหารงานไปพร้อมๆ กันย่อมจะเกิดความล่าช้าขึ้นเป็นธรรมดา และอาจนำไปสู่การทำบัญชีที่อาจมีข้อผิดพลาดหรือตกหล่นมากขึ้น ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการทำธุรกิจ


ถ้าตัวผู้ประกอบการเองมีความรู้ในเรื่องของบัญชีเป็นอย่างดี และมีใบอนุญาตผู้ตรวจสอบบัญชี ก็ลืมไปได้เลยที่คิดจะไปจ้างบริษัทอื่นมาทำบัญชีให้ เพราะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ แต่ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยที่ว่าการทำบัญชีด้วยตนเองนั้นจะต้องไม่กลายเป็นภาระที่มากเกินไปสำหรับผู้ประกอบการ ซึ่งจะต้องบริหารงานบริษัทร่วมไปด้วย

แต่หากคาด การณ์ว่าแนวโน้มการเติบโตในอนาคตของธุรกิจของคุณจะมีอัตราการขยายตัวที่สูงมากขึ้นในระยะเวลาอันรวดเร็ว แนะนำให้จ้างบริษัทรับทำบัญชีมาช่วยงานด้วยทันที เพราะบริษัทบัญชีที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญจะเข้ามามีส่วนช่วยวางแผนและช่วยพัฒนาโครงสร้างที่ยั่งยืนต่อการขยับขยายธุรกิจในอนาคตของบริษัทคุณแน่นอน


ซึ่งรายละเอียดที่บริษัทบัญชีทำจะมีความน่าเชื่อถือมากกว่า และจะได้รับประโยชน์ที่คุ้มค่าหากเปรียบเทียบกับเงินที่ต้องจ่ายให้บริษัทเหล่านี้ในแต่ละเดือน ผู้ประกอบการอาจจะไม่จำเป็นต้องเสียเงินจ่ายภาษีมากเพราะบริษัทที่รับทำบัญชีมักจะมีช่องทางที่ทำให้ค่าใช้จ่ายในเรื่องภาษีของบริษัทผู้ประกอบการในแต่ละปีลดลง

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=50185

วันอังคารที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2557

เครื่องหมายการค้า


เครื่องหมายการค้า


เครื่องหมายการค้า หมายถึง เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์หรือตราที่ใช้กับสินค้าหรือบริการ มี 4 ประเภท ดังต่อไปนี้ 


  • เครื่องหมายการค้า (Trade Mark) คือเครื่องหมายที่ใช้เป็นที่หมายเกี่ยวข้องกับสินค้าเพื่อแสดงว่าสินค้าที่ใช้เครื่องหมายนั้นแตกต่างกับสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น เช่น บรีส  มาม่า  เป็นต้น
            
  • เครื่องหมายบริการ (Service Mark) คือ เครื่องหมายที่ใช้เป็นที่หมายหรือเกี่ยวข้องกับบริการ เพื่อแสดงว่าบริการที่ใช้เครื่องหมายนั้นแตกต่างกับบริการที่ใช้เครื่องหมาย บริการของบุคคลอื่น เช่น เครื่องหมายของสายการบิน ธนาคาร  เป็นต้น            

  • เครื่องหมายรับรอง (Certification Mark) คือ เครื่องหมายที่เจ้าของเครื่องหมายรับรองใช้เป็นที่หมาย หรือเกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการของบุคคลอื่น เพื่อเป็นการรับรองคุณภาพของสินค้า หรือบริการนั้น เช่น เชลล์ชวนชิม แม่ช้อยนางรำ เป็นต้น

  • เครื่องหมายร่วม (Collective Mark) คือ เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการที่ใช้โดยบริษัทหรือวิสาหกิจในกลุ่มเดียวกัน หรือโดยสมาชิกของสมาคม กลุ่มบุคคล หรือองค์กรอื่นใดของรัฐหรือเอกชน เช่น ตราช้างของบริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด เป็นต้น    

ขั้นตอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า

เนื่องจากระยะเวลากว่าที่เครื่องหมายการค้านั้นจะได้รับการจดทะเบียนใช้ระยะเวลานาน  ซึ่งผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนอาจจำเป็นจะต้องใช้เครื่องหมายการค้านั้นในช่วงระยะเวลาที่เครื่องหมายการค้านั้นยังไม่ได้อนุมัติให้จดทะเบียน  ดังนั้น เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอมั่นใจในระดับหนึ่งว่า เครื่องหมายการค้านั้น จะไม่ถูกฟ้องร้องจากเจ้าของเครื่องหมายการค้าอื่นที่ได้รับการจดทะเบียนแล้ว และมีความเป็นไปได้สูงที่เครื่องหมายการค้านั้น จะได้รับการจดทะเบียน ดังนั้น ขั้นตอนต่อไปนี้ จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก

  • ตรวจสอบความเหมือนคล้าย ลักษณะบ่งเฉพาะ หรือลักษณะต้องห้าม ของเครื่องหมายการค้านั้นกับเครื่องหมายการค้าอื่นที่ได้รับการจดทะเบียนแล้ว
  • จัดเตรียมคำขอ เพื่อยื่นจดทะเบียนที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา
  • หลังจากนายทะเบียนตรวจสอบคำขอแล้ว (ระยะเวลาประมาณ 8 เดือน นับจากวันที่ยื่นคำขอ) นายทะเบียนจะแจ้งอนุมัติให้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า หรือแจ้งให้ดำเนินการแก้ไข หากเครื่องหมายการค้านั้นมีข้อบกพร่อง โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด  ทั้งนี้หากเครื่องหมายการค้านั้นได้รับการปฏิเสธ คำขอดังกล่าว จะไม่สามารถจดทะเบียนได้ หากผู้ยื่นคำขอยังคงต้องการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า จะต้องเปลี่ยนแปลงเครื่องหมายการค้านั้น และยื่นคำขอใหม่ ทั้งนี้จะใช้ระยะเวลาอีกประมาณ 8 เดือน นับจากวันที่ยื่นคำขอ ซึ่งนายทะเบียนจะแจ้งผลการตรวจสอบอีกครั้ง
เราเป็นผู้เชี่ยวชาญในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามากว่า 30 ปี  เรามั่นใจว่าขั้นตอนการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เราทำให้แก่ท่านนั้น จะทำให้เครื่องหมายการค้าของท่านมีความเป็นไปได้สูงที่จะได้รับการจดทะเบียน  เราจะดำเนินการทุกขั้นตอนจนกว่าเครื่องหมายการค้าของท่านจะได้รับการจดทะเบียน

ระยะเวลากว่าที่เครื่องหมายการค้าจะได้รับการอนุมัติให้จดทะเบียน


  • หากเครื่องหมายการค้านั้นไม่ได้รับการปฏิเสธ จะใช้ระยะเวลา ประมาณ 8 เดือน นับจากวันที่ยื่นคำขอจดทะเบียน

ระยะเวลาคุ้มครองเมื่อเครื่องหมายการค้าได้รับการจดทะเบียนแล้ว
  
  • 10 ปี นับจากวันที่ได้รับการจดทะเบียน

แหล่งที่มา: http://www.friendaccountancy.com/content.php?id=34

Disqus Shortname

Comments system