แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทำบัญชีราคาถูก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทำบัญชีราคาถูก แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566
วันจันทร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการประกาศหนังสือพิมพ์
- เชิญประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี
- เชิญประชุมผู้ถือหุ้นวิสามัญประจำปี
- เพิ่มทุน ลดทุนจดทะเบียนบริษัท
- กรรมการเข้า-ออก
- เลิกบริษัท
- ชำระบัญชี
- เปลี่ยนแปลงห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัท
- ประกาศจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร
- ย้ายสำนักงาน
- แก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับ ระเบียบของบริษัท
- เปลี่ยนตราประทับ
- เปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการ
- ประกาศจ่ายเงินปันผล
- หนังสือแจ้งให้ชำระหนี้
- ประกาศอื่นๆ
วันอังคารที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2557
เพิ่งเปิดบริษัท ควรทำอย่างไร ภาค1
มีหลายท่าน ที่เข้าใจว่าจะทำธุรกิจอะไรสักอย่างมันสามารถเริ่มต้นได้ง่ายดาย ไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทแล้วสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้เลย หลายๆท่านนอกจากจะมีความสามารถเชี่ยวชาญในธุรกิจที่กำลังจะเริ่มต้น แต่ส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ในเรื่องการจัดทำบัญชีอยู่ ทำให้เกิดปัญหาหลายๆอย่างตามมา วันนี้เราจะมาอธิบายให้ฟังกันคะสำหรับผู้ที่ต้องการมีธุรกิจส่วนตัวเป็นของตนเอง หรือต้องการศึกษาเบื้องต้นก่อนว่ากว่าจะเริ่มต้นประกอบธุรกิจเราต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ส่วนท่านใดนะคะที่ยัง ไม่ทราบว่าจะเลือกจดทะเบียนแบบไหนดี ลองเข้าไปอ่านลิ้งค์นี้ค่ะ http://nukbunche.blogspot.com/2014_06_01_archive.html
การเริ่มต้นธุรกิจค่ะ. นอกจากเราจะต้องมีเงินลงทุน มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจนั้นๆแล้ว เรายังต้องมีความรู้ในด้านบัญชีและภาษีด้วยค่ะ แล้วเราจะต้องเตรียมตัวอะไรบ้างหล่ะ
กรณี ที่ท่านเลือกจดทะเบียน บุคคลธรรมดา. ร้านค้า
ท่านมีหน้าที่จะต้องนำส่งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยการยื่นแบบ ภงด90 ภงด94
แก่กรมสรรพากร เสียภาษีครึ่งปี และปลายปี โดยการหัก ค่าใช้จ่ายแบบเหมา หรือตามจริงก็ได้ค่ะ
หากท่าน ไม่ยอมยื่น เพื่อเสียภาษีจะเกิดอะไรขึ้น. หากเจ้าหน้าที่สรรพากรตรวจพบว่าเรายื่นภาษีขาดตกหล่น หรือไม่ได้ยื่น เจ้าหน้าที่มีอำนาจในการประเมินภาษีเราแน่นอนค่ะ
กรณี ที่ท่านเลือกจดทะเบียน นิติบุคคล บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด
ท่านมีหน้าที่จะต้องนำส่งภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยการยื่นแบบ. ภงด50 ภงด51
แก่กรมสรรพากร. โดยการหักค่าใช้จ่ายตามจริง.
โดยปกติแล้วการจดทะเบียนนิติบุคคล นอกจากจะมีความน่าเชื่อมากกว่า ทะเบียนพาณิชย์(ร้านค้าทั่วๆไปแล้ว). ท่านยังต้องแสดงผลการดำเนินงานผ่านออกมาในรูปแบบงบการเงินซึ่งต้องหาผู้จัดทำบัญชี และผู้สอบบัญชี เซ็นรับรองงบการเงินด้วย. ซึ่งส่วนใหญ่นักธุรกิจมือใหม่อาจยังไม่ทราบตรงนี้ ว่าจะต้องนำส่งงบการเงินแก่กรมพัฒน์และกรมสรรพากร. หลายๆท่านอาจสงสัยว่าเราสามารถจัดทำเองได้ ไม่ต้องจ้างคนทำบัญชีให้เปลืองค่าใช้จ่าย จริงๆแล้วในงบการเงินจะต้องมีผู้จัดทำบัญชีและผู้สอบบัญชีเซ็นรับรองงบการเงิน. ซึ่งจำเป็นอย่างมากที่จะต้องหาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางสายวิชาชีพบัญชี ซึ่งต้องได้รับการอบรมและขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชีเท่านั้น. (เป็นสายอาชีพแขนงหนึ่งเหมือน พวก หมอ วิศวะ ทนายความ) และการจ้างบุคคลเหล่านี้เงินเดือนสูงมาก
ดังนั้นบริษัท ห้างหุ้นส่วนขนาดเล็ก จึงนิยมใช้บริการตามสำนักงานบัญชีมากกว่าที่จะจ้างพนักงานบัญชี มาประจำออฟฟิตโดยตรง เพราะนอกจากจะช่วยท่านลดค่าใช้จ่าย. ต้นทุนแรงงานคนแล้ว สำนักงานจะช่วยให้ท่านเสียภาษีอย่างถูกต้อง. อีกทั้งยังมีความรู้เฉพาะทางมากกว่า การรับนักศึกษาจบใหม่มาทำงาน
ปัจจุบัน มีหลากหลายบริษัทที่เข้ามาปรึกษาเรา เพราะขาดความรู้ที่ว่าจะต้องนำส่งงบการเงินทำให้เสียค่าปรับต่างๆ. ไม่ว่าจะเป็นค่าปรับในส่วนกรมพัฒน์ กรมสรรพากร หมายเรียกตำรวจ ท่านสามารถเข้าไปอ่านได้ตามลิงค์ด้านล่าง. หากท่านจัดตั้งห้างหุ้นส่วน หรือบริษัท นิติบุคคลแล้วมิได้นำส่งงบการเงินประจำปีจะเกิดปัญหาอะไรบ้าง
http://nukbunche.blogspot.com/2014/06/blog-post.html
หวังว่าทุกท่านที่ได้ติดตามอ่านบล๊อกของเราจะเป็นประโยชน์แก่ท่าน. ในการวางแนวทางการดำเนินธุรกิจ หากท่านใดกำลังเจอปัญหาแบบเดียวกันอยู่ท่านสามารถโทรมาปรึกษาเราได้ค่ะ ยินดีให้คำแนะนำท่านฟรี ไม่คิดค่าใช้จ่ายค่ะ.
หากท่านใดสนใจใช้บริการของเราราคาไม่แพงต่อรองได้. งบเปล่าราคาเริ่มต้น 6500 บาทรวมค่าสอบบัญชีแล้ว
ในบล๊อกถัดไปนะคะเราจะมารีวิวการจัดทำบัญชีเบื้องต้นให้ท่านนักธุรกิจมือใหม่ค่ะ. เพราะหากท่านไม่ได้เตรียมความพร้อมในเรื่องการจัดทำบัญชีแล้ว ท่านอาจต้องมาปวดหัวทีหลังกับการทีมีแต่รายได้ แต่หาค่าใช้จ่ายมาลงบัญชีให้ถูกต้องตามประมวลรัษฎากรไม่ได้ค่ะ หรือมีแต่ค่าใช้จ่ายเหล่านั้นถือเป็นค่าใช้จ่ายต้องห้าม. (ซึ่งอาจเป็นเหตุให้ท่านเสียภาษีสูงได้ค่ะ). แล้วติดตามชมกันนะคะ เพิ่งเปิดบริษัทควรทำอย่างไรภาค2
การเริ่มต้นธุรกิจค่ะ. นอกจากเราจะต้องมีเงินลงทุน มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจนั้นๆแล้ว เรายังต้องมีความรู้ในด้านบัญชีและภาษีด้วยค่ะ แล้วเราจะต้องเตรียมตัวอะไรบ้างหล่ะ
กรณี ที่ท่านเลือกจดทะเบียน บุคคลธรรมดา. ร้านค้า
ท่านมีหน้าที่จะต้องนำส่งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยการยื่นแบบ ภงด90 ภงด94
แก่กรมสรรพากร เสียภาษีครึ่งปี และปลายปี โดยการหัก ค่าใช้จ่ายแบบเหมา หรือตามจริงก็ได้ค่ะ
หากท่าน ไม่ยอมยื่น เพื่อเสียภาษีจะเกิดอะไรขึ้น. หากเจ้าหน้าที่สรรพากรตรวจพบว่าเรายื่นภาษีขาดตกหล่น หรือไม่ได้ยื่น เจ้าหน้าที่มีอำนาจในการประเมินภาษีเราแน่นอนค่ะ
กรณี ที่ท่านเลือกจดทะเบียน นิติบุคคล บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด
ท่านมีหน้าที่จะต้องนำส่งภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยการยื่นแบบ. ภงด50 ภงด51
แก่กรมสรรพากร. โดยการหักค่าใช้จ่ายตามจริง.
โดยปกติแล้วการจดทะเบียนนิติบุคคล นอกจากจะมีความน่าเชื่อมากกว่า ทะเบียนพาณิชย์(ร้านค้าทั่วๆไปแล้ว). ท่านยังต้องแสดงผลการดำเนินงานผ่านออกมาในรูปแบบงบการเงินซึ่งต้องหาผู้จัดทำบัญชี และผู้สอบบัญชี เซ็นรับรองงบการเงินด้วย. ซึ่งส่วนใหญ่นักธุรกิจมือใหม่อาจยังไม่ทราบตรงนี้ ว่าจะต้องนำส่งงบการเงินแก่กรมพัฒน์และกรมสรรพากร. หลายๆท่านอาจสงสัยว่าเราสามารถจัดทำเองได้ ไม่ต้องจ้างคนทำบัญชีให้เปลืองค่าใช้จ่าย จริงๆแล้วในงบการเงินจะต้องมีผู้จัดทำบัญชีและผู้สอบบัญชีเซ็นรับรองงบการเงิน. ซึ่งจำเป็นอย่างมากที่จะต้องหาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางสายวิชาชีพบัญชี ซึ่งต้องได้รับการอบรมและขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชีเท่านั้น. (เป็นสายอาชีพแขนงหนึ่งเหมือน พวก หมอ วิศวะ ทนายความ) และการจ้างบุคคลเหล่านี้เงินเดือนสูงมาก
ดังนั้นบริษัท ห้างหุ้นส่วนขนาดเล็ก จึงนิยมใช้บริการตามสำนักงานบัญชีมากกว่าที่จะจ้างพนักงานบัญชี มาประจำออฟฟิตโดยตรง เพราะนอกจากจะช่วยท่านลดค่าใช้จ่าย. ต้นทุนแรงงานคนแล้ว สำนักงานจะช่วยให้ท่านเสียภาษีอย่างถูกต้อง. อีกทั้งยังมีความรู้เฉพาะทางมากกว่า การรับนักศึกษาจบใหม่มาทำงาน
ปัจจุบัน มีหลากหลายบริษัทที่เข้ามาปรึกษาเรา เพราะขาดความรู้ที่ว่าจะต้องนำส่งงบการเงินทำให้เสียค่าปรับต่างๆ. ไม่ว่าจะเป็นค่าปรับในส่วนกรมพัฒน์ กรมสรรพากร หมายเรียกตำรวจ ท่านสามารถเข้าไปอ่านได้ตามลิงค์ด้านล่าง. หากท่านจัดตั้งห้างหุ้นส่วน หรือบริษัท นิติบุคคลแล้วมิได้นำส่งงบการเงินประจำปีจะเกิดปัญหาอะไรบ้าง
http://nukbunche.blogspot.com/2014/06/blog-post.html
หวังว่าทุกท่านที่ได้ติดตามอ่านบล๊อกของเราจะเป็นประโยชน์แก่ท่าน. ในการวางแนวทางการดำเนินธุรกิจ หากท่านใดกำลังเจอปัญหาแบบเดียวกันอยู่ท่านสามารถโทรมาปรึกษาเราได้ค่ะ ยินดีให้คำแนะนำท่านฟรี ไม่คิดค่าใช้จ่ายค่ะ.
หากท่านใดสนใจใช้บริการของเราราคาไม่แพงต่อรองได้. งบเปล่าราคาเริ่มต้น 6500 บาทรวมค่าสอบบัญชีแล้ว
ในบล๊อกถัดไปนะคะเราจะมารีวิวการจัดทำบัญชีเบื้องต้นให้ท่านนักธุรกิจมือใหม่ค่ะ. เพราะหากท่านไม่ได้เตรียมความพร้อมในเรื่องการจัดทำบัญชีแล้ว ท่านอาจต้องมาปวดหัวทีหลังกับการทีมีแต่รายได้ แต่หาค่าใช้จ่ายมาลงบัญชีให้ถูกต้องตามประมวลรัษฎากรไม่ได้ค่ะ หรือมีแต่ค่าใช้จ่ายเหล่านั้นถือเป็นค่าใช้จ่ายต้องห้าม. (ซึ่งอาจเป็นเหตุให้ท่านเสียภาษีสูงได้ค่ะ). แล้วติดตามชมกันนะคะ เพิ่งเปิดบริษัทควรทำอย่างไรภาค2
วันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2557
จดทะเบียนแบบไหนดี
เมื่อจะเริ่มต้นประกอบกิจการ จะจดทะเบียนแบบไหนดี
1. บุคคลธรรมดา
|
หรืออีกนัยหนึ่ง คือ “ธุรกิจเจ้าของคนเดียว” ลักษณะของกิจการประเภทนี้คือ
การตัดสินใจต่าง ๆ เป็นสิทธิของผู้เป็นเจ้าของเพียงคนเดียว การตัดสินใจต่าง
ๆ อยู่ในลักษณะ คิดคนเดียว ทำคนเดียว ซึ่งผลดีคือตัดสินใจง่ายและรวดเร็ว
แต่ผลจากการคิดคนเดียว ไม่ว่าจะเป็นผลดี…ได้
กำไร หรือเป็นผลเสีย….ขาดทุน ก็รับผลคนเดียวเต็ม ๆ
ซึ่งลักษณะธุรกิจประเภทนี้จะดีมากถ้าเจ้าของไม่มีปัญหาเรื่องเงินทุนหมุน
เวียน เพราะธุรกิจประเภทนี้ไม่สามารถระดมทุนจากใครได้
ลักษณะการเสียภาษี
เป็นไปตาม “อัตราก้าวหน้า” ซึ่งหมายถึง
ถ้ารายได้มากก็จะเสียภาษีมาก โดยอัตราภาษี สูงสุด ถึง 37%
ของกำไรหลังหักค่าใช้จ่าย นั่นคือ ค่าใช้จ่ายจะถูกกำหนดไว้ เป็น 2
ลักษณะ คือ อัตราเหมา (
กำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์ตายตัวตามประเภทของธุรกิจ) และค่าใช้จ่ายตามจริง
(ต้องอ้างอิงเอกสารค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่สรรพากรยอมรับได้ หลังจากนั้นจึงนำมาหักค่าลดหย่อนส่วนตัว จึงจะเป็นฐานภาษีสำหรับคำนวณภาษีที่ต้องชำระ
2.นิติบุคคล
|
เป็นรูปแบบธุรกิจที่บุคคล 2 คนขึ้นไป ตกลงทำกิจการร่วมกัน
โดยมีวัตถุประสงค์จะแบ่งเป็นผลกำไร ตามอัตราส่วนที่แต่ละคนได้ลงทุน
ซึ่งแบ่งได้ เป็น 2 ประเภท คือ
1. หุ้างหุ้นส่วนสามัญ
- ลักษณะธุรกิจประเภทนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นนิติบุคคล
- ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดชอบในหนี้สินไม่จำกัดจำนวน
- ถ้าไม่จดทะเบียนจะมีสถานะเป็นคณะบุคคล
- ถ้าจดทะเบียน มีสถานะเป็นนิติบุคคล เรียกว่า “ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล"
การจัดทำบัญชีและเสียภาษี การเสียภาษีเงินได้ของคณะบุคคลจะเสียภาษีเงินได้เหมือนกับบุคคลธรรมดาที่แยกออกจากตัวบุคคล ถือเป็นบุคคลอีกคนหนึ่งตามมาตรา 56 วรรค (2) ของประมวลรัษฏากร นอกจากนี้เงินส่วนแบ่งกำไรจากห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ด้วย
2 . ห้างหุ้นส่วนจำกัด
2 . ห้างหุ้นส่วนจำกัด
- ต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
- ความรับผิดชอบของผู้เป็นหุ้นส่วนแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ
- ผู้เป็นหุ้นส่วนรับผิดชอบในหนี้สินจำกัด ไม่เกินเงินที่ได้ลงทุนไป ซึ่งหุ้นส่วน ประเภทนี้จะไม่มีสิทธิในการตัดสินใจในกิจการ
- ผู้เป็นหุ้นส่วนรับผิดชอบในหนี้สิน “ไม่
จำกัดจำนวน” ในที่นี้คือ
“หุ้นส่วนผู้จัดการ” ซึ่งหุ้นส่วนประเภทนี้จะมีหน้าที่รับผิดชอบ
และมีสิทธิเต็มที่ในการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ของกิจการ
การจัดทำบัญชีและเสียภาษี มีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชี เหมือนกรณีตั้งบริษัท และเสียภาษีตามอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล
3 . บริษัทจำกัด
มีลักษณะจำเพาะดังนี้คือ
- แบ่งเงินลงทุนเป็นหุ้นมีมูลค่าหุ้นละ เท่า ๆ กัน
- มีผู้เริ่มก่อการจัดตั้งบริษัท ไม่น้อยกว่า 3 คน
- ผู้ถือหุ้นรับผิดชอบไม่เกินจำนวนค่าหุ้นที่ยังชำระไม่ครบถ้วน
- มีสภาพเป็นนิติบุคคล
- สามารถระดมทุนได้มากและง่าย
- ลักษณะการตัดสินใจในการบริหารงานเป็นในรูปของคณะกรรมการบริษัท จึงทำให้ได้รับความน่าเชื่อถือมากกว่าแบบบุคคลธรรมดา
การจัดทำบัญชีและเสียภาษี มีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชี และเสียภาษีตามอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล
รายละเอียด
|
เจ้าของคนเดียว
|
ห้างหุ้นส่วน
|
บริษัทจำกัด
|
1. เงินลงทุน
|
มีเงินทุนจำกัด
|
ระดมทุนได้มากขึ้น
|
ระดมทุนได้ง่ายและมาก
|
2. การบริหารงาน
|
มีอำนาจตัดสินใจคนเดียว
|
ต้องปรึกษากับหุ้นส่วน
|
บริหารโดยคณะกรรมการบริษัท
|
3. ความรับผิดในหนี้สิน
|
เต็มจำนวน
|
- เต็มจำนวน(กรณีไม่จำกัดความรับผิดชอบ)
- จำกัด ไม่เกินมูลค่าหุ้น (กรณีจำกัดความรับผิดชอบ)
|
จำกัดเฉพาะมูลค่าหุ้นที่ยังชำระไม่ครบ
|
4. ผลกำไรขาดทุน
|
รับเพียงคนเดียว
|
เฉลี่ยให้ผู้เป็นหุ้นส่วน
|
จ่ายเป็นเงินปันผลตามจำนวนหุ้นที่ถือ
|
5. ภาษีเงินได้
|
ตามอัตราก้าวหน้า สูงถึง 37%
|
ตามอัตราก้าวหน้า สูงถึง 37% แต่ถ้าจดเป็นนิติฯ จะเสีย 15%-30% กรณีขาดทุนไม่ต้องเสียภาษี
|
อัตราร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิ (SME เสียภาษีตามอัตราก้าวหน้า 15%-30%) ในกรณีขาดทุนไม่ต้องเสียภาษี
|
6. ความน่าเชื่อถือ
|
ต่ำ
|
ปานกลาง
|
สูง
|
วันพุธที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2557
ทำบัญชีอย่างไรให้สรรพากรยอมรับได้
1.ผู้ทำบัญชี จะต้องมีคุณสมบัติโดยเป็นผู้มีภูมิลำเนาในราชอาณาจักรไทย มีความรู้ภาษาไทย ไม่เคยต้องโทษจำคุก ในความผิดตามกฎหมายบัญชี/สอบบัญชี เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปีมีคุณวุฒิการศึกษา ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการบัญชี / สอบบัญชีหรือเทียบเท่า เข้าอบรมพัฒนา วิชาชีพต่อเนื่อง อบรม 3 ปี 27 ชั่วโมง (เนื้อหาเกี่ยวกับบัญชีไม่น้อยกว่า 18 ชั่วโมง แต่ละปีต้องเข้ารับ การอบรมพัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่องทางวิชาชีพไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง) และต้องแจ้งรายละเอียดการ อบรม ตามแบบ ส.บช.7 ต่ออธิบดีภายใน 60 วัน นับแต่วันสิ้นปีปฏิทินของทุกปี
2.ต้องมีระบบบัญชี ที่ดี มีเอกสารการรับเงินจ่ายเงิน สต็อกสินค้า ส่งสินค้าให้ครบถ้วนตา พระราช บัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประมวล รัษฎากร เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมอยู่ตลอดสำหรับการเข้าตรวจสอบของสรรพากร
3.ประเภทธุรกิจที่ แตกต่างกัน ก็จะมีรายละเอียดในการทำบัญชีแตกต่างกัน เช่น ธุรกิจบริการ ต้องไม่ลืมที่จะคำนวณ ภาษีหัก ณ ที่จ่ายทุกครั้งที่เกิดการให้บริการ หรือธุรกิจผลิตสินค้า ต้องตีความ ให้ถูกต้องว่าสินค้าใดผลิตเพื่อขาย สินค้าใดรับจ้างผลิต ซึ่งจะมีการลงบัญชีแตกต่างกัน สำหรับธุรกิจ นำเข้า-ส่งออก จะต้องตรวจสอบพิกัดสินค้าที่นำเข้า หรือส่งออก เพราะหากมีการลงพิกัดผิด ก็อาจจะถูก ปรับเสียค่าใช้จ่ายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ธุรกิจลีสซิ่งและเช่าซื้อ ก็ต้องแยกแยะให้ชัดเจนว่าเป็นธุรกรรม ประเภทใด การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ หรือการให้เช่า ก็จะมีการลงบัญชีที่แตกต่างกัน
4.นักบัญชีที่ดี ต้องทำความเข้าใจกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการทางบัญชี เช่น พระราชบัญญัติ การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรฐานการบัญชี ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการจัดการห้างหุ้นส่วน และบริษัท พระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ ประมาลรัษฎากร กฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น พ.ร.บ.โรงงาน พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้าและลิขสิทธิ์ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม ประกาศของกรมทะเบียนการค้า และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นต้น
5.หน้าที่ของผู้จัด ทำบัญชี นอกจากจะต้องจัดทำบัญชีให้ถูกต้องแล้ว กรณีปกติ ผู้จัดทำบัญชี จะต้องเก็บรักษาบัญชี และเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี กรณีเลิกกิจการ ก็ต้องเก็บเอกสารจนกว่าจะส่งมอบให้สารวัตรบัญชีและสารวัตรบัญชีเก็บไว้อย่าง น้อยอีก 5 ปี (ส่งมอบภายใน 90 วันขยายได้ถึง 180 วัน) กรณีถูกตรวจสอบ อธิบดีมีอำนาจกำหนดให้เก็บเกิน 5 ปีแต่ไม่เกิน 7 ปี
6.การทำบัญชีให้ถูกต้อง ด้วยหลักการความรู้ทางบัญชี ภาษี และกฎหมาย รวมถึงการเก็บรักษาบัญชี ให้ครบถ้วน ช่วยลดปัญหาความยุ่งยากกับสรรพากร อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือ ให้กับองค์กรอีกด้วยของทุกปี
ที่มา http://www.pwaaccount.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539319673&Ntype=8
หลักในการวางระบบบัญชีที่ดี
1.อย่าทำการวางระบบบัญชี หรือปรับปรุงตามแฟชั่นหรือตามอย่างผู้อื่น โดยไม่มีความมุ่งมั่น และตั้งใจจริง เนื่องจากการวางระบบจะต้องมีความครบถ้วนถูกต้องของรายการที่เกิดขึ้น การกระทำการใดๆ ที่เป็นการหลีกเลี่ยงการบันทึกรายการบัญชีด้วยวัตถุประสงค์ใดๆ ก็ตามเป็นการเสี่ยงต่อความสูญเปล่าทั้ง ความพยายาม ความตั้งใจ เวลา และทรัพย์สินเงินทอง เนื่องจากจะได้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงเพื่อใช้ในการบริหารงาน
2.การวางระบบบัญชีที่ดี นั้นจะต้องมีการสอดคล้องไปกับธรรมชาติของการทำงาน และการดำเนิน ธุรกิจที่เป็นจริง ระบบต่างๆ ที่มีการสร้างขึ้นมาจะต้องไม่เป็นการขัดขวางต่อการดำเนินงาน ไม่ทำให้เกิดการผิดพลาดได้อย่างง่ายดาย และผู้ใช้งานข้อมูล ผู้บริหาร หรือเจ้าของกิจการ ควรจะรู้ความต้องการของตนเองก่อนที่จะให้ผู้วางระบบบัญชีทำการวางระบบบัญชี เพื่อที่จะให้การวางระบบสามารถรองรับความต้องการของผู้บริหารหรือเจ้าของ กิจการได้
3.ระบบบัญชีที่มีการควบคุม ภายในอย่างดีเยี่ยมสามารถป้องกันการทุจริตอย่างได้ผลในทุกเรื่อง อาจไม่ใช่ระบบบัญชีที่ดีที่สุดเสมอไป แต่ระบบบัญชีที่ดีนั้นหมายถึง ระบบบัญชีที่มีความ สอดคล้องกับการทำงานและมีการควบคุมภายในที่เหมาะสมกับ สภาพการดำเนินธุรกิจ และขนาดของกิจการนั้นๆ รวมถึงจะต้องสอดคล้องต่อนโยบายในการดำเนินกิจการด้วย ดังนั้นระบบบัญชีที่เหมาะสมใช้งานได้ดีในกิจการแบบเดียวกันแห่งหนึ่ง อาจไม่สามารถใช้ได้ดี กับอีกแห่งหนึ่งก็ได้
4.ระบบบัญชีที่ดีจะต้องมี การเสนอรายงานตามระยะเวลาที่เหมาะสม การเสนอรายงานบางอย่าง ช้าเกินกว่าที่ควรจะเป็นแม้เพียงชั่วเวลาเดียว คุณค่าของรายงานอาจจะเหลือเท่ากับศูนย์ หรือรายงานที่มากเกินไปจะทำให้เกิดการสับสน และแบ่งแยกความสนใจในรายงานที่สำคัญไป
5.ควรเลิกเชื่อว่าระบบ บัญชีและการทำงานต่างๆ ควรจะกำหนดหรือวางรูปแบบ มาจากฝ่าย บัญชีหรือนักบัญชี หรือ หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น แต่การวางระบบบัญชีจำเป็นต้อง ใช้ศิลปและศาสตร์หลายแขนง ดังนั้น การวางระบบบัญชีที่ดีและเหมาะสมกับกิจการจะต้อง กิดจากการรวมตัวของแผนกต่างๆในบริษัท และนักบัญชีที่มีประสบการณ์ ทั้งบัญชีการเงิน บัญชีบริหาร บัญชีต้นทุน และบัญชีภาษีอากร
ผู้วางระบบบัญชีหรือฝ่าย บัญชีจะต้องเป็นผู้มีใจกว้าง ยอมรับคำแนะนำหรือ ข้อขัดแย้งจาก ผู้อื่นและจะต้องได้รับการยอมรับจากทุกๆ ฝ่ายโดยเฉพาะผู้บริหาร สามารถประสานงาน และอธิบายเหตุผลต่างๆได้อย่างชัดเจน กรณีที่ฝ่ายบัญชีไม่มีคุณสมบัติเพียงพอ อาจต้องพึ่งพา บุคคลภายนอกที่มีคุณสมบัติมาชดเชย
วันอังคารที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2557
อาชีพอิสระนักบัญชี
อาชีพอิสระนักบัญชี
โดย ณรงค์วิทย์ แสนทอง
นักบัญชี ถือเป็นอาชีพหนึ่ง ที่ต้องอาศัยความรู้ความสามารถเฉพาะทาง และร่ำเรียนมาโดยตรง ทำงานในสายงานบัญชี จนมีประสบการณ์มากพอสมควร ผ่านความรับผิดชอบเป็นสมุห์บัญชี หรือผู้จัดการฝ่ายบัญชีมาก่อน จึงจะได้รับการยอมรับให้เป็น นักบัญชี
ผู้ทำบัญชี เป็นวิชาชีพ ที่ปัจจุบันมีการตรากฎหมายออกมาเพื่อคุ้มครองอาชีพนี้โดยเฉพาะ คือ พระราชบัญญัติ การบัญชี พ.ศ.๒๕๔๓ ผู้ทำบัญชี ที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย แต่อาจไม่ใช่ นักบัญชี หากว่าผู้นั้นยังขาดประสบการณ์ในหน้าที่งานบัญชี และเช่นกัน นักบัญชี ผู้มีความสารมาถและประสบการณ์ ไม่อาจจะเป็น ผู้ทำบัญชี ได้หากว่าขาดคุณสมบัติวุฒิการศึกษาตามที่กฎหมายกำหนด
เมื่อกล่าวถึง ผู้ทำบัญชี ก็ต้องกล่าวถึง ผู้สอบบัญชี ซึ่งเป็นวิชาชีพอิสระอีกอาชีพหนึ่ง ที่ต้องอาศัยซึ่งกันและกัน ดังกฏที่ว่า งบการเงินของกิจการหนึ่ง ๆ ผู้ทำบัญชี และผู้ตรวจสอบบัญชีต้องมิใช่คนเดียวกัน หรือเรียกว่า คนทำไม่ตรวจ คนตรวจก็ไม่ทำบัญชี คล้ายกับอาชีพหมอ ที่ว่า แพทย์เป็นผู้ตรวจแล้วสั่งยา แต่ไม่หยิบยาเอง ส่วนเภสัชกรมีหน้าที่หยิบยา แต่ไม่มีหน้าที่สั่งยาให้คนไข้ หรือยกอีกตัวอย่างหนึ่ง คืออาชีพวิศวกร กับสถาปัตยกรรม ทั้งสองอาชีพทำหน้าที่คู่ขนานกัน
สำหรับนักบัญชี อย่างน้อย ๆ จะต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ 1 ใบ เพื่อขึ้นทะเบียนเป็น :
ผู้ทำบัญชี
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)
ผู้สอบภาษีอากร (Tax Auditor)
อาชีพและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับนักบัญชี
1.รับทำบัญชี
2.รับตรวจสอบบัญชี
3.รับวางระบบบัญชี
4.รับเขียนโปรแกรมบัญชี
5.ที่ปรึกษาภาษีอากร
6.เป็นวิทยากร / ผู้สอน วิชาบัญชี ภาษีอากร
7.สถาบันอบรมบัญชี-ภาษีอากร
8.ผลิต/จำหน่ายโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป
ลำดับที่ 1 6 จะทำเป็นอาชีพอิสระด้วยตัวเองคนเดียวก็ได้
ณ ที่นี้จะขอกล่าวถึงอาชีพการรับทำบัญชี เพราะเป็นงานอิสระที่นักบัญชีส่วนใหญ่เริ่มต้นด้วยการรับทำบัญชี
รูปแบบของธุรกิจรับทำบัญชีนี้ เป็นอย่างไร ?
ท่านสามารถเลือกแบบธุรกิจ ซึ่งแบ่งตามขนาดที่ท่านต้องการ
1.One Man Show
นักบัญชีกลุ่มนี้มีจำนวนมาก บางรายรับทำบัญชี บางรายสอนงาน วางระบบ ที่ปรึกษา ตอนเริ่มต้นอาจทำด้วยตัวคนเดียว แล้วค่อย ๆ หาผู้ช่วยเพิ่มขึ้นตามปริมาณงาน แต่บางรายต้องการอิสระในการทำงาน ไม่ต้องอาศัยผู้ช่วยหรือทีมงาน ข้อดีคือควบคุมคุณภาพได้ที่เราอยากให้เป็น ข้อเสียคือถ้ารับงานมากเกินไปจะทำให้เครียดได้
หากเป็นประเภทรับทำบัญชีส่วนใหญ่เกิดจากในอดีตระหว่างทำงานประจำ รับจ๊อบทำบัญชีให้กับกิจการอื่นเป็นอาชีพเสริม พอมีมากขึ้น ๆ ก็ลาออกเปลี่ยนเอาจ๊อบบัญชีเป็นอาชีพหลัก ที่พบเห็นอีกกลุ่มที่ไม่น้อยเลยเป็นแม่บ้านมีภาระงานในบ้านพอสมควร ไม่อยากออกไปทำงานนอกบ้านจึงรับงานบัญชีมาทำที่บ้าน
2.Teamwork
อาจเริ่มต้นจากตัวคนเดียว แล้วหาผู้ช่วย(พนักงานบัญชี) เพิ่ม รวม ๆ ไม่เกิน 10 คน หรือเริ่มต้นจากการชวนเพื่อน 1-2 คน มาทำร่วมเป็นหุ้นส่วนกัน
บางทีได้งานรับวางระบบบัญชี ก็ต้องมีทีมงานที่สามารถเรียกมาช่วยกันได้โดยทันที
3.Firm
เมื่อกิจการมีทีมงานมากกว่า 5 คน เจ้าของกิจการจะขยายให้โตขึ้น มีพนักงาน 10 หรือ 20 คน แล้วแต่โอกาสและความต้องการ กิจการขนาดนี้ มี 3 แบบ คือ สำนักงานรับทำบัญชีอย่างเดียว สำนักงานรับตรวจสอบบัญชีอย่างเดียว และสำนักงานที่มีทั้งแผนกทำบัญชีและแผนกตรวจสอบบัญชีอยู่ในองค์กรเดียวกัน และอาจจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล บริษัทจำกัด
ด้านรายได้
ขึ้นอยุ่กับความสามารถในการหางาน และทำงาน ปัจจุบันองค์กรธุรกิจที่เป็นนิติบุคคล ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด ประมาณ 475,000 ราย หากเราจะขอแบ่งมาทำสัก 10-20 ราย ไม่น่าจะยากเกินกำลัง โดยเฉพาะผู้ที่มีวงพื่อนฝูงและญาติกว้างขวาง
รายได้มากน้อย จะขึ้นอยู่กับขนาดของกิจการที่เราดูแล หากเป็นรายใหญ่จะมีค่าบริการค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงควรมีลูกค้าขนาดใหญ่ไว้บ้าง
อาชีพนี้จะมีรายได้สม่ำเสมอ หากรู้จักเก็บจะเป็นอาชีพที่มั่นคง แต่ถ้าอยากจะรวยกับอาชีพนี้ ไม่ทราบจะบอกอย่างไรเพราะคำว่า รวย ของแต่ละคนพอใจจะรวยไม่เท่ากัน
ต้องเตรียมตัวอย่างไร ?
มีข้อควรคิดถึงคุณสมบัติส่วนตัว และการเตรียมความพร้อม ดังนี้
ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ที่ผ่านมาคิดว่ามั่นใจเต็มที่แล้วหรือยัง เชื่อมั่นในตัวเองมากแค่ไหน โดยปรึกษาขอความเห็นจากเพื่อนนักบัญชีด้วยกัน หรืออดีตหัวหน้าฝ่ายบัญชีที่เราเคารพศรัทธา
เตรียมเผชิญกับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง จากเดิมที่เคยออกจากบ้านไปที่ทำงานทุกวัน แต่กลับต้องอยู่กับบ้าน เคยมีผู้ร่วมงานคอยเป็นเพื่อนคุย ต่อไปนี้เราจะค่อนข้างเหงา ต้องใช้เวลาในการปรับสภาพความเป็นอยู่ระยะหนึ่ง
ไม่หยุดการเรียนรู้ ต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเคิมตลอดเวลา และไม่ลืมที่จะต้องเข้าอบรมวิชาบัญชี-ภาษี ให้ครบ 27 ชั่วโมงทุก ๆ 3 ปี ตามที่สภาวิชาชีพการบัญชีกำหนด
มีที่ปรึกษาส่วนตัว หรือแหล่งที่จะขอคำปรึกษาได้ เพราะไม่มีใครที่พร้อม 100% วิชาการค้นหาได้จากหนังสือ แต่ภาคปฎิบัติต้องอาศัยปรึกษาจากผู้ที่มีประสบการณ์
เวลางาน กับเวลาส่วนตัว ต้องจัดแบ่งให้ลงตัวอย่างเหมาะสม หากแบ่งเวลาให้กับงานน้อยไป หรือผลัดวันประกันพรุ่งจะทำให้งานค้างจำนวนมาก เป็นผลเสียในด้านการให้บริการ
จัดหาอุปกรณ์เครื่องใช้ให้พอเพียง อย่างน้อยต้องมีอุปกรณ์สำนักงานครบ และที่ขาดไม่ได้คือ โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป ที่มีประสิทธิภาพ
ปัจจัยที่จะทำให้เกิดความล้มเหลวในอาชีพนี้
1.รับงานที่มีความเสี่ยงสูง
บางคนรับงานทำบัญชีทุกราย โดยไม่เลือกว่ากิจการใดประกอบธุรกิจอย่างซื่อสัตย์หรือไม่ ช่วยเหลือลูกค้าเลี่ยงภาษีอากร บันทึกตัวเลขบัญชีโดยไม่มีเอกสารหลักฐานที่ถูกต้อง ให้การช่วยเหลือลูกค้าจนเกินเหตุ ขาดจรรยาบรรณ ท่านอาจเป็นคนกลุ่มแรกที่จะถูกเพิกถอนใบอนุญาต หรือถูกดำเนินคดีได้
2. ยักยอกเงินภาษี
บางรายให้บริการยื่นชำระภาษีแทนลูกค้า โดยรับเงินสดจากลูกค้าเพื่อไปยื่นแบบชำระภาษีให้สรรพากร แรก ๆ ก็ทำเป็นปกติ ต่อมาการเงินส่วนตัวมีปัญหา นำเงินภาษีที่รับมาจากลูกค้าไปหมุน แล้วนำส่งภาษีไม่ทันอีก เกิดการค้างมากขึ้น ๆ บางรายทำอย่างนี้กับลูกค้าทุกรายที่มี ได้เงินไปหลายแสน บางรายได้ไปนับล้าน จนต้องหนีหายตัวไป ผลเสียกตกกับลูกค้าที่ค้างส่งภาษี ทำให้เสียสถาบันวิชาชีพอย่างร้ายแรง
3.บริการแย่ลง
บางรายมีลูกค้าติดต่อมาว่าจ้างมากขึ้น ๆ ปริมาณงานที่รับมากเกินกว่าที่จะทำได้ทัน ไม่รีบเร่งแก้ปัญหา รับปากกับลูกค่าว่าจะเสร็จแล้ว ผลัดวันประกันพรุ่ง มีข้อผิดพลาดบ่อย ลืมนัด เลื่อนนัดเป็นประจำ ทำให้ลูกค้าต้องตีจากให้คนอื่นมาทำแทน
4. ขาดการเอาใจใส่
ขาดการดูแลเอาใจใส่ลูกค้า ปีหนึ่งลูกค้าได้เห็นหน้าเพียงครั้งเดียว หรือไม่ได้ไปพบลูกค้าเลยเป็นปี ๆ และบางรายปล่อยให้ลูกจ้างทำงาน โดยไม่ได้ติดตามผลงาน ถ้าลูกจ้างบริการไม่ดีผลเสียจะตกกับเรา บางรายมีลูกจ้างให้บริการดีเราก็ดีด้วย แต่บางทีลูกจ้างที่ดีลาออกไป ไม่ออกเปล่าแถมดึงลูกค้าเราติดไปด้วยอย่างนี้ก็มีเยอะ
5. ขาดการพัฒนาตนเอง
ไม่มีการติดตามข่าวสารภาษีอากร กฎหมาย กฎกระทรวง ที่ออกมาใหม่ เพื่อนำมาประกอบการใช้งาน จนทำให้การทำงานมีข้อผิดพลาด การศึกษาทางธุรกิจด้านอื่น ๆ ก็ต้องมีความรู้พอเท่าทันลูกค้าบ้างเหมือนกัน
ความภูมิใจในอาชีพนักบัญชี
1.เป็นอาชีพที่มีเกียรติ
ทั้งนี้ผู้ประกอบวิชาชีพต้องปฎิบัติตน ทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ มีระเบียบวินัย และธำรงไว้ซึ่งจรรยาบรรณในวิชาชีพ ท่านจะได้รับเกียรติและการยอมรับจากลูกค้าและบุคคลทั่วไป
2. สร้างคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติ
ถือว่ามีส่วนร่วมในสังคม เป็นกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างความยุติธรรม ความโปร่งใส ธรรมาภิบาล อันทำให้สังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ
3. ความมีเอกภาพ
นักบัญชีที่ดีต้องมีเอกภาพ มีอิสระที่จะปฎิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องตรงไปตรงมา ฝ่ายผู้ประกอบการต้องการเสียภาษีน้อย แต่ฝ่ายเจ้าหน้าที่สรรพากรต้องการเก็บภาษีให้ได้มาก ๆ เรานักบัญชีเป็นผู้อยู่ตรงกลาง ทำอย่างไรจึงจะให้ได้รับความพอใจทั้งสองฝ่าย และอยู่บนเงื่อนไขความ
ถูกต้องด้วย
โดย ณรงค์วิทย์ แสนทอง
นักบัญชี ถือเป็นอาชีพหนึ่ง ที่ต้องอาศัยความรู้ความสามารถเฉพาะทาง และร่ำเรียนมาโดยตรง ทำงานในสายงานบัญชี จนมีประสบการณ์มากพอสมควร ผ่านความรับผิดชอบเป็นสมุห์บัญชี หรือผู้จัดการฝ่ายบัญชีมาก่อน จึงจะได้รับการยอมรับให้เป็น นักบัญชี
ผู้ทำบัญชี เป็นวิชาชีพ ที่ปัจจุบันมีการตรากฎหมายออกมาเพื่อคุ้มครองอาชีพนี้โดยเฉพาะ คือ พระราชบัญญัติ การบัญชี พ.ศ.๒๕๔๓ ผู้ทำบัญชี ที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย แต่อาจไม่ใช่ นักบัญชี หากว่าผู้นั้นยังขาดประสบการณ์ในหน้าที่งานบัญชี และเช่นกัน นักบัญชี ผู้มีความสารมาถและประสบการณ์ ไม่อาจจะเป็น ผู้ทำบัญชี ได้หากว่าขาดคุณสมบัติวุฒิการศึกษาตามที่กฎหมายกำหนด
เมื่อกล่าวถึง ผู้ทำบัญชี ก็ต้องกล่าวถึง ผู้สอบบัญชี ซึ่งเป็นวิชาชีพอิสระอีกอาชีพหนึ่ง ที่ต้องอาศัยซึ่งกันและกัน ดังกฏที่ว่า งบการเงินของกิจการหนึ่ง ๆ ผู้ทำบัญชี และผู้ตรวจสอบบัญชีต้องมิใช่คนเดียวกัน หรือเรียกว่า คนทำไม่ตรวจ คนตรวจก็ไม่ทำบัญชี คล้ายกับอาชีพหมอ ที่ว่า แพทย์เป็นผู้ตรวจแล้วสั่งยา แต่ไม่หยิบยาเอง ส่วนเภสัชกรมีหน้าที่หยิบยา แต่ไม่มีหน้าที่สั่งยาให้คนไข้ หรือยกอีกตัวอย่างหนึ่ง คืออาชีพวิศวกร กับสถาปัตยกรรม ทั้งสองอาชีพทำหน้าที่คู่ขนานกัน
สำหรับนักบัญชี อย่างน้อย ๆ จะต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ 1 ใบ เพื่อขึ้นทะเบียนเป็น :
ผู้ทำบัญชี
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)
ผู้สอบภาษีอากร (Tax Auditor)
อาชีพและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับนักบัญชี
1.รับทำบัญชี
2.รับตรวจสอบบัญชี
3.รับวางระบบบัญชี
4.รับเขียนโปรแกรมบัญชี
5.ที่ปรึกษาภาษีอากร
6.เป็นวิทยากร / ผู้สอน วิชาบัญชี ภาษีอากร
7.สถาบันอบรมบัญชี-ภาษีอากร
8.ผลิต/จำหน่ายโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป
ลำดับที่ 1 6 จะทำเป็นอาชีพอิสระด้วยตัวเองคนเดียวก็ได้
ณ ที่นี้จะขอกล่าวถึงอาชีพการรับทำบัญชี เพราะเป็นงานอิสระที่นักบัญชีส่วนใหญ่เริ่มต้นด้วยการรับทำบัญชี
รูปแบบของธุรกิจรับทำบัญชีนี้ เป็นอย่างไร ?
ท่านสามารถเลือกแบบธุรกิจ ซึ่งแบ่งตามขนาดที่ท่านต้องการ
1.One Man Show
นักบัญชีกลุ่มนี้มีจำนวนมาก บางรายรับทำบัญชี บางรายสอนงาน วางระบบ ที่ปรึกษา ตอนเริ่มต้นอาจทำด้วยตัวคนเดียว แล้วค่อย ๆ หาผู้ช่วยเพิ่มขึ้นตามปริมาณงาน แต่บางรายต้องการอิสระในการทำงาน ไม่ต้องอาศัยผู้ช่วยหรือทีมงาน ข้อดีคือควบคุมคุณภาพได้ที่เราอยากให้เป็น ข้อเสียคือถ้ารับงานมากเกินไปจะทำให้เครียดได้
หากเป็นประเภทรับทำบัญชีส่วนใหญ่เกิดจากในอดีตระหว่างทำงานประจำ รับจ๊อบทำบัญชีให้กับกิจการอื่นเป็นอาชีพเสริม พอมีมากขึ้น ๆ ก็ลาออกเปลี่ยนเอาจ๊อบบัญชีเป็นอาชีพหลัก ที่พบเห็นอีกกลุ่มที่ไม่น้อยเลยเป็นแม่บ้านมีภาระงานในบ้านพอสมควร ไม่อยากออกไปทำงานนอกบ้านจึงรับงานบัญชีมาทำที่บ้าน
2.Teamwork
อาจเริ่มต้นจากตัวคนเดียว แล้วหาผู้ช่วย(พนักงานบัญชี) เพิ่ม รวม ๆ ไม่เกิน 10 คน หรือเริ่มต้นจากการชวนเพื่อน 1-2 คน มาทำร่วมเป็นหุ้นส่วนกัน
บางทีได้งานรับวางระบบบัญชี ก็ต้องมีทีมงานที่สามารถเรียกมาช่วยกันได้โดยทันที
3.Firm
เมื่อกิจการมีทีมงานมากกว่า 5 คน เจ้าของกิจการจะขยายให้โตขึ้น มีพนักงาน 10 หรือ 20 คน แล้วแต่โอกาสและความต้องการ กิจการขนาดนี้ มี 3 แบบ คือ สำนักงานรับทำบัญชีอย่างเดียว สำนักงานรับตรวจสอบบัญชีอย่างเดียว และสำนักงานที่มีทั้งแผนกทำบัญชีและแผนกตรวจสอบบัญชีอยู่ในองค์กรเดียวกัน และอาจจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล บริษัทจำกัด
ด้านรายได้
ขึ้นอยุ่กับความสามารถในการหางาน และทำงาน ปัจจุบันองค์กรธุรกิจที่เป็นนิติบุคคล ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด ประมาณ 475,000 ราย หากเราจะขอแบ่งมาทำสัก 10-20 ราย ไม่น่าจะยากเกินกำลัง โดยเฉพาะผู้ที่มีวงพื่อนฝูงและญาติกว้างขวาง
รายได้มากน้อย จะขึ้นอยู่กับขนาดของกิจการที่เราดูแล หากเป็นรายใหญ่จะมีค่าบริการค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงควรมีลูกค้าขนาดใหญ่ไว้บ้าง
อาชีพนี้จะมีรายได้สม่ำเสมอ หากรู้จักเก็บจะเป็นอาชีพที่มั่นคง แต่ถ้าอยากจะรวยกับอาชีพนี้ ไม่ทราบจะบอกอย่างไรเพราะคำว่า รวย ของแต่ละคนพอใจจะรวยไม่เท่ากัน
ต้องเตรียมตัวอย่างไร ?
มีข้อควรคิดถึงคุณสมบัติส่วนตัว และการเตรียมความพร้อม ดังนี้
ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ที่ผ่านมาคิดว่ามั่นใจเต็มที่แล้วหรือยัง เชื่อมั่นในตัวเองมากแค่ไหน โดยปรึกษาขอความเห็นจากเพื่อนนักบัญชีด้วยกัน หรืออดีตหัวหน้าฝ่ายบัญชีที่เราเคารพศรัทธา
เตรียมเผชิญกับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง จากเดิมที่เคยออกจากบ้านไปที่ทำงานทุกวัน แต่กลับต้องอยู่กับบ้าน เคยมีผู้ร่วมงานคอยเป็นเพื่อนคุย ต่อไปนี้เราจะค่อนข้างเหงา ต้องใช้เวลาในการปรับสภาพความเป็นอยู่ระยะหนึ่ง
ไม่หยุดการเรียนรู้ ต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเคิมตลอดเวลา และไม่ลืมที่จะต้องเข้าอบรมวิชาบัญชี-ภาษี ให้ครบ 27 ชั่วโมงทุก ๆ 3 ปี ตามที่สภาวิชาชีพการบัญชีกำหนด
มีที่ปรึกษาส่วนตัว หรือแหล่งที่จะขอคำปรึกษาได้ เพราะไม่มีใครที่พร้อม 100% วิชาการค้นหาได้จากหนังสือ แต่ภาคปฎิบัติต้องอาศัยปรึกษาจากผู้ที่มีประสบการณ์
เวลางาน กับเวลาส่วนตัว ต้องจัดแบ่งให้ลงตัวอย่างเหมาะสม หากแบ่งเวลาให้กับงานน้อยไป หรือผลัดวันประกันพรุ่งจะทำให้งานค้างจำนวนมาก เป็นผลเสียในด้านการให้บริการ
จัดหาอุปกรณ์เครื่องใช้ให้พอเพียง อย่างน้อยต้องมีอุปกรณ์สำนักงานครบ และที่ขาดไม่ได้คือ โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป ที่มีประสิทธิภาพ
ปัจจัยที่จะทำให้เกิดความล้มเหลวในอาชีพนี้
1.รับงานที่มีความเสี่ยงสูง
บางคนรับงานทำบัญชีทุกราย โดยไม่เลือกว่ากิจการใดประกอบธุรกิจอย่างซื่อสัตย์หรือไม่ ช่วยเหลือลูกค้าเลี่ยงภาษีอากร บันทึกตัวเลขบัญชีโดยไม่มีเอกสารหลักฐานที่ถูกต้อง ให้การช่วยเหลือลูกค้าจนเกินเหตุ ขาดจรรยาบรรณ ท่านอาจเป็นคนกลุ่มแรกที่จะถูกเพิกถอนใบอนุญาต หรือถูกดำเนินคดีได้
2. ยักยอกเงินภาษี
บางรายให้บริการยื่นชำระภาษีแทนลูกค้า โดยรับเงินสดจากลูกค้าเพื่อไปยื่นแบบชำระภาษีให้สรรพากร แรก ๆ ก็ทำเป็นปกติ ต่อมาการเงินส่วนตัวมีปัญหา นำเงินภาษีที่รับมาจากลูกค้าไปหมุน แล้วนำส่งภาษีไม่ทันอีก เกิดการค้างมากขึ้น ๆ บางรายทำอย่างนี้กับลูกค้าทุกรายที่มี ได้เงินไปหลายแสน บางรายได้ไปนับล้าน จนต้องหนีหายตัวไป ผลเสียกตกกับลูกค้าที่ค้างส่งภาษี ทำให้เสียสถาบันวิชาชีพอย่างร้ายแรง
3.บริการแย่ลง
บางรายมีลูกค้าติดต่อมาว่าจ้างมากขึ้น ๆ ปริมาณงานที่รับมากเกินกว่าที่จะทำได้ทัน ไม่รีบเร่งแก้ปัญหา รับปากกับลูกค่าว่าจะเสร็จแล้ว ผลัดวันประกันพรุ่ง มีข้อผิดพลาดบ่อย ลืมนัด เลื่อนนัดเป็นประจำ ทำให้ลูกค้าต้องตีจากให้คนอื่นมาทำแทน
4. ขาดการเอาใจใส่
ขาดการดูแลเอาใจใส่ลูกค้า ปีหนึ่งลูกค้าได้เห็นหน้าเพียงครั้งเดียว หรือไม่ได้ไปพบลูกค้าเลยเป็นปี ๆ และบางรายปล่อยให้ลูกจ้างทำงาน โดยไม่ได้ติดตามผลงาน ถ้าลูกจ้างบริการไม่ดีผลเสียจะตกกับเรา บางรายมีลูกจ้างให้บริการดีเราก็ดีด้วย แต่บางทีลูกจ้างที่ดีลาออกไป ไม่ออกเปล่าแถมดึงลูกค้าเราติดไปด้วยอย่างนี้ก็มีเยอะ
5. ขาดการพัฒนาตนเอง
ไม่มีการติดตามข่าวสารภาษีอากร กฎหมาย กฎกระทรวง ที่ออกมาใหม่ เพื่อนำมาประกอบการใช้งาน จนทำให้การทำงานมีข้อผิดพลาด การศึกษาทางธุรกิจด้านอื่น ๆ ก็ต้องมีความรู้พอเท่าทันลูกค้าบ้างเหมือนกัน
ความภูมิใจในอาชีพนักบัญชี
1.เป็นอาชีพที่มีเกียรติ
ทั้งนี้ผู้ประกอบวิชาชีพต้องปฎิบัติตน ทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ มีระเบียบวินัย และธำรงไว้ซึ่งจรรยาบรรณในวิชาชีพ ท่านจะได้รับเกียรติและการยอมรับจากลูกค้าและบุคคลทั่วไป
2. สร้างคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติ
ถือว่ามีส่วนร่วมในสังคม เป็นกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างความยุติธรรม ความโปร่งใส ธรรมาภิบาล อันทำให้สังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ
3. ความมีเอกภาพ
นักบัญชีที่ดีต้องมีเอกภาพ มีอิสระที่จะปฎิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องตรงไปตรงมา ฝ่ายผู้ประกอบการต้องการเสียภาษีน้อย แต่ฝ่ายเจ้าหน้าที่สรรพากรต้องการเก็บภาษีให้ได้มาก ๆ เรานักบัญชีเป็นผู้อยู่ตรงกลาง ทำอย่างไรจึงจะให้ได้รับความพอใจทั้งสองฝ่าย และอยู่บนเงื่อนไขความ
ถูกต้องด้วย
วันจันทร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2557
บริการงานจดทะเบียน
บริษัท บุศราคัมการบัญชี จำกัด ให้บริการงานทะเบียนในเขตพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัด ทางบริษัทมีพนักงานรับ-ส่งเอกสาร ไปหาลูกค้าถึงที่บ้านเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าทุกคน
โดยลูกค้าจะได้รับความสะดวกสบาย และบริการที่ประทับใจจากทางบริษัท เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการจะจดทะเบียนบริษัท แต่ไม่มีเวลาในการดำเนินการเอง หรือ ยังไม่เข้าใจขั้นตอนเกี่ยวกับการจดทะเบียนบริษัท, ไม่ทราบเกี่ยวกับเรื่องของเอกสารที่ต้องใช้ในการจดเบียนบริษัท หรือ เรื่องอื่นๆ อีก เนื่องจาก ขั้นตอนและเอกสารที่จำเป็นต้องใช้ในการจดทะเบียนบริษัทนั้น ค่อนข้างจะยุ่งจากและซับซ้อน
ทำไมต้องใช้บริการจากเรา
เราไม่เพียงแต่ให้บริการจดทะเบียนเท่านั้น เรายังให้คำปรึกษาทุกอย่างที่เกี่ยวกับการจัดตั้งบริษัทโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านบัญชีและภาษี ลูกค้าสามารถสอบถามเกี่ยวกับการเปิดบริษัท เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการจดทะเบียน
บริการงานทะเบียน
- จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด
- จดเปลี่ยนแปลงกรมพัฒนาธุรกิจฯ เช่น ย้ายสถานประกอบการ เปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น เปลี่ยนแปลงกรรมการ แก้ไขชื่อบริษัท เพิ่มทุนจดทะเบียน และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
- จดทะเบียนเลิกและชำระบัญชี บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด
- ขึ้นทะเบียนนายจ้างสำนักงานประกันสังคม
- จดภาษีมูลค่าเพิ่มกรมสรรพากร
- จดเปลี่ยนแปลงกรมสรรพากร เช่น ย้ายสถานประกอบการ เพิ่มวัตถุประสงค์
ระยะเวลาในการดำเนินการ
ระยะเวลา 1-5 วันในการดำเนินการจดทะเบียน (ขึ้นอยู่กับความพร้อมทางด้านเอกสารของลูกค้า)
บริการของเรา
บริษัท บุศราคัมการบัญชี จำกัด เป็นสำนักงานบัญชีที่ให้บริการทางด้านบัญชีอย่างครบวงจรได้แก่ บริการทำบัญชี บริการตรวจสอบบัญชี วางแผนภาษี บริการงานจดทะเบียน บริการกฎหมาย บริการลงประกาศหนังสือพิมพ์ โดยทีมงานที่มีความรู้และประสบการณ์โดยตรงและมีคุณสมบัติ ครบถ้วนตามที่ได้รับการอบรมจากหลักสูตรของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสภาวิชาชีพบัญชี เรามีความมั่นใจว่าลูกค้าทุกรายของเราจะได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการใช้บริการของเรา
บริการของเรา
บริการจัดทำบัญชี (อ่านเพิ่มเติม..คลิก..)
- บัญชีรายเดือน ยื่นภาษีรายเดือน ภงด1 ภงด3 ภงด53 ประกันสังคม
- บัญชีรายปี จัดทำ ภงด50 + งบการเงินประจำปี
บริการตรวจสอบบัญชี (อ่านเพิ่มเติม..คลิก..)
- รับตรวจสอบบัญชี ธุรกิจประเภทซื้อมา-ขายไป
- รับตรวจสอบบัญชี ธุรกิจบริการ
- รับตรวจสอบบัญชี ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
- รับตรวจสอบบัญชี ธุรกิจโรงงานอุตสาหกรรม
- รับตรวจสอบบัญชี องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร เช่น มูลนิธิ, สมาคม
- รับตรวจสอบบัญชี นิติบุคคลอาคารชุด และหมู่บ้านจัดสรร
- จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด
- จดเปลี่ยนแปลงกรมพัฒนาธุรกิจฯ เช่น ย้ายสถานประกอบการ เปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น เปลี่ยนแปลงกรรมการ แก้ไขชื่อบริษัท เพิ่มทุนจดทะเบียน และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
- จดทะเบียนเลิกและชำระบัญชี บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด
- ขึ้นทะเบียนนายจ้างสำนักงานประกันสังคม
- จดภาษีมูลค่าเพิ่มกรมสรรพากร
- จดเปลี่ยนแปลงกรมสรรพากร เช่น ย้ายสถานประกอบการ เพิ่มวัตถุประสงค์
- คัดเอกสารกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เช่น หนังสือรับรอง บอจ5 บริคณห์สนธิ ตราประทับ และอื่นๆ
- คัดเอกสารกรมสรรพากร เช่น ภงด50 ภงด51 ภงด1 ภงด3 ภงด53 พ30 งบการเงิน และอื่นๆ
- คัดเอกสารสำนักงานประกันสังคม เช่น แบบ สปส ใบเสร็จประกันสังคม
- เชิญประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี
- เชิญประชุมผู้ถือหุ้นวิสามัญประจำปี
- เพิ่มทุน ลดทุนจดทะเบียนบริษัท
- กรรมการเข้า-ออก
- เลิกบริษัท
- ชำระบัญชี
- ย้ายสำนักงาน
- แก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับ ระเบียบของบริษัท
- เปลี่ยนตราประทับ
- เปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการ
- ประกาศจ่ายเงินปันผล
- หนังสือแจ้งให้ชำระหนี้
- ประกาศอื่นๆ
- รับว่าความทั่วราชอาณาจักร
- รับยื่นคำร้องศาลกรณีเป็นสถานะร้าง
- ร้องจัดการมรดก
- รับรองบุตร
- รับปรึกษาอรรถคดีต่างๆ
- คดีอาญา คดีแพ่ง คดีทรัพย์สินทางปัญญา คดีแรงงาน คดีล้มละลาย คดีปกครอง
- รับติดตามหนี้สิน
- เจรจาประนอมหนี้
- รับลงชื่อรับรองลายมือชื่อและเอกสาร Notarial Services Attorney (โนตาลีปับลิค)
- อื่น ๆ ที่เกี่ยวกับกฏหมายทุกเรื่อง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)










