แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผู้ทำบัญชี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผู้ทำบัญชี แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2558

ผลงานของเรา


          บริษัท บุศราคัมการบัญชี จำกัด เกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของผู้มีประสบการณ์ทางด้านการทำบัญชี ตรวจสอบบัญชี และภาษีอากร โดยทีมงานของบริษัทมีประสบการณ์ทางด้านบัญชีมาเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี ทำให้สะสมประสบการณ์ทางด้านบัญชี เพื่อนำมาตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุดประสงค์ นอกจากนี้การให้บริการของบริษัทฯ ยังถือได้ว่าครบวงจรของด้านบัญชีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น บริการจดทะเบียน บริการจัดทำบัญชี บริการตรวจสอบบัญชี วางแผนภาษีอากร บริการว่าความ ประการประกาศหนังสือพิมพ์ ซึ่งลูกค้ามาใช้บริการกับบริษัทจะเรียกได้ว่ามาที่เดียวแล้วครบทุกการให้บริการ โดยทางสำนักงานเน้นเรื่องของคุณภาพพนักงาน มีระบบการคัดเลือกและพัฒนาพนักงานอย่างดีเยี่ยม ปัจจุบันบริษัทมีพนักงานกว่า 10 คน

          นอกจากประสบการณ์ทำงานแล้วสิ่งบริษัทยึดถือไว้เป็นหัวใจของการทำงานคือ “การปฏิบัติทางด้านวิชาชีพบัญชี ให้ถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชี และประมวลรัษฎากร” มาเป็นอันดับแรก






ทีมงาน

ฝ่ายบัญชีและตรวจสอบ

นางสาวบุศราคัม อุดมเลิศศรีนภา  วุฒิการศึกษา
บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต(บัญชี) มหาวิทยาลัยรามคำแหง
บัญชีบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 1) มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์
ตำแหน่ง ผู้จัดการบริษัท

นางสาววิมลรัตน์ ธรรมากรธนสาร 
วุฒิการศึกษา
บริหารธุรกิจบัณฑิต(บัญชี) มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ตำแหน่งงาน  หัวหน้าฝ่ายบัญชี

นางสาวบุษบากร  อิ่มใจดี 
วุฒิการศึกษา
บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต(ตลาด) มหาวิทยาลัยรามคำแหง
บริหารธุรกิจบัณฑิต(บัญชี) มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์
ตำแหน่งงาน  บัญชี

นางสาวปราณี แซ่เบ้  
วุฒิการศึกษา
บริหารธุรกิจบัณฑิต(บัญชี) มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ตำแหน่งงาน  บัญชี

นางสาวศิริวรรณ จงดีเจริญ 
วุฒิการศึกษา
บริหารธุรกิจบัณฑิต(บัญชี) มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ตำแหน่งงาน  บัญชี


ฝ่ายธุรการ-การเงิน

นางวิไล ธรรมากรธนสาร 
วุฒิการศึกษา
บริหารธุรกิจบัณฑิต(บัญชี) มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ตำแหน่งงาน  ธุรการ-การเงิน


ฝ่ายทะเบียน

นายจิรพันธ์  ศรีวิเชียร 
วุฒิการศึกษา
บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต(การตลาด) มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ตำแหน่งงาน  ทะเบียน

นายจิรวัฒน์  ศรีวิเชียร 
วุฒิการศึกษา
บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต(การตลาด) มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ตำแหน่งงาน  สำนักพิมพ์


ฝ่ายกฎหมาย

นายธนวรรธ กล้าปราบศึก  
วุฒิการศึกษา
นิติศาตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
ตำแหน่งงาน  ทนายความ

นางสาวกนกพร ดีขยัน  
วุฒิการศึกษา
นิติศาตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
ตำแหน่งงาน  ทนายความ

นางสาวกัลยา ดีขยัน
วุฒิการศึกษา
นิติศาตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
ตำแหน่งงาน  ผู้ช่วยทนายความ

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เพิ่งเปิดบริษัท ควรทำอย่างไร ภาค2

ขออภัยที่ห่างหายไปนานจ้าาา  ไม่ได้หนีหายไปไหนนะคะ  ง่วนกับการปิดบัญชีประจำปีอยู่ค่ะ  ตอนนี้เริ่มว่างแล้ว  ฝ้ายเลยมาอัพเดทข้อมูลอันเป็นประโยชน์ในการทำบัญชีแก่ทุกๆท่านค่ะ

หลังจากเราเลือกได้แล้วจะจดทะเบียนแบบไหน

กรณีเลือกจดทะเบียนร้านค้า
-  เลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา  เอกสารบิลซื้อขายค่าใช้จ่ายต่างๆ  เก็บไว้บ้างค่ะ  เวลายื่นภาษีบางทีสรรพากรก็สุ่มตรวจดูนะคะ
- เลือกหัก ค่าใช้จ่ายตามจริง  อันนี้ต้องเก็บบิลให้ครบทุกใบเลยค่ะ  ต้องทำบัญชีรายรับรายจ่ายด้วยค่ะ  เปิดบิลขายสินค้า  (ที่สำคัญบิลต้องถูกต้อง  สามารถพิสูจน์ผู้รับเงินได้  ถ้าหัวบิลเป็นพวกเงินสดๆ  ร้านข้างทาง  ไม่มีชื่อปั๊มว่าใครเป็นผู้ซื้อ  ผู้ขาย  ใช้ไม่ได้นะคะ  รายละเอียดค่อนข้างเยอะค่ะ)

กรณีเลือกจดทะเบียนนิติบุคคล
- หักค่าใช้จ่ายได้แบบเดียวค่ะ  ตามจริงเท่านั้น  ต้องเก็บบิลให้ครบค่ะ  และบิลต้องถูกต้องค่ะ  ต้องเปิดบิลขายด้วยนะคะ

***ฟังดูเหมือนจะง่าย  ไม่ยากสักเท่าไหร่  มีอะไรเก็บไว้ให้หมด***


ประเด็นที่สำคัญ  (ที่พบจากลูกค้า SME 80%)

1.  ส่วนใหญ่ไม่เก็บเอกสาร

2. เก็บเอกสารแต่บิลซื้อจากตาสีตาสาที่ไหนก็ไม่รู้  ไม่สามารถพิสูจน์ผู้รับเงินได้

3. อยากทำบัญชีเอง  ไม่ต้องจ้าง  แต่ขาดความรู้ทำให้โดนสรรพากรประเมินภาษีที่ตกหล่น  (ยังไม่รวมเบี้ยประเงินเพิ่ม  ที่ไม่ได้ยื่นตามกำหนด)


อยากรู้ว่าในแต่ละเดือนต้องยื่นภาษีอะไรบ้าง  ตามลิงค์ด้านล่างนี้ค่ะ
http://nukbunche.blogspot.com/2015/06/blog-post.html


อยากรู้ว่าค่าปรับสรรพากร  มีอะไรบ้าง  ตามลิงค์ด้านล่างนี้ค่ะ
http://nukbunche.blogspot.com/2015/06/blog-post_23.html

***ค่าปรับดังที่เห็นแล้วว่า  หากท่านขาดความรู้ความเชี่ยวชาญแล้วย่อมจะทำให้เสียค่าปรับค่ะ  แนะนำถ้าไม่ถนัดจริงๆ  หาคนรู้จักที่มีประสบการณ์ด้านบัญชีดูแลเถอะค่ะ  หรือเลือกใช้บริการเราก็ได้ค่ะ  เริ่มต้นเดือนละ 500 บาทค่ะ***


งั้นเรามาดูกันก่อนแล้วกันนะคะเก็บเอกสารทำอย่างไรให้สรรพากรยอมรับ
เก็บเอกสารตั้งเยอะตั้งแยะ  แต่ใช้ไม่ได้เลยสักใบ

1. กรณี  ไม่มีบิลค่ะ  ทำใบรับเงินเลยค่ะ  หน้าตาใบรับเงินเป็นแบบนี้ค่ะ  หัวด้านบนเป็นชื่อเรานะคะ  แล้วให้ผู้ที่รับเงินจากเรากรอกแบบฟอร์มค่ะ  ชื่อ - สกุล  ที่อยู่  เลขที่ประชาชน  ได้รับเงินค่า???  กรณีเป็นนิติบุคคลมีการจ่ายค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้ต้องหัก ณ ที่จ่ายด้วยนะคะ  ค่าจ้างแรงงาน3%  ค่าบริการ3%  ค่าเช่า5%  ค่าโฆษณา2%  ค่าขนส่ง1%  และนำส่งภาษีประจำเดือนค่ะ  (หากไม่ได้หัก  ทำอย่างไรล่ะ  เตรียมตัวนำส่งสรรพากรแทนเองเลยค่ะ  ควักเนื้อ)  อีกอย่างอย่าลืมออกหนังสือรับรอง หัก ณ ที่จ่าย ให้คนที่ถูกเราหัก นะคะ

2. กรณีมีบิล  ก็ขอนามบัตรเค้ามาแนบนะคะ  (แต่บิลต้องเป็นใบเสร็จ  บิลเงินสดเท่านั้นนะคะ  ใบส่งของใช้ไม่ได้จ้า)
แบบฟอร์ม ใบรับเงิน



วันพุธที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2557

5 คำถามยอดฮิตของผู้ทำบัญชี

5 คำถามยอดฮิตของผู้ทำบัญชี

งานบัญชี


ในบรรดาคำถามมากมายที่นักบัญชีมักจะถามเกี่ยวกับการเป็นผู้ทำบัญชีนั้น วันนี้เราได้รวบรวม 5 คำถามยอดฮิตของผู้ทำบัญชี มาฝากกัน
ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ทำบัญชีไม่ควรพลาด ดังนี้

1. ผู้ทำบัญชี คือใคร?

ผู้ทำบัญชี คือผู้ได้รับมอบหมายจากผู้ประกอบการธุรกิจ ให้เป็นผู้รับผิดชอบในการทำบัญชีของกิจการแห่งหนึ่ง กฎหมายกำหนดให้กิจการหนึ่งแห่งจะต้องมีผู้ทำบัญชี 1 คน ซึ่งอาจเป็นผู้อำนวยการฝ่ายบัญชี สมุห์บัญชี หัวหน้าแผนกบัญชี หรือผู้รับจ้างทำบัญชีอิสระ ก็ได้ ทั้งนี้ผู้ทำบัญชีหนึ่งคนจะรับทำบัญชีได้ไม่เกินปีละ 100 แห่ง

2. ผู้ทำบัญชีต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?

คุณสมบัติของผู้ทำบัญชีนั้นถูกกำหนดตามขนาดของธุรกิจ โดยผู้ทำบัญชีให้กับห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัทจำกัด ที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท ต้องมีวุฒิไม่ต่ำกว่าอนุปริญญา หรือ ปวส.ทางการบัญชี ส่วนผู้ทำบัญชีให้กับห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่มีขนาดใหญ่ ต้องมีคุณวุฒิปริญญาตรีทางการบัญชีขึ้นไป หรือเทียบเท่า

3. นักบัญชีทุกคนต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชีหรือไม่?

นักบัญชีทุกคนไม่จำเป็นต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชี เพราะการเป็นนักบัญชีทั่วไปไม่ถือว่าเป็นผู้ทำบัญชี เนื่องจากผู้ทำบัญชีจะต้องเป็นบุคคลที่ผู้ประกอบการหรือนิติบุคคลมอบหมายให้ เป็นผู้มีหน้าที่ทำบัญชีและมีหน้าที่รับผิดชอบในการลงนามใน สบช.3 โดยผู้ทำบัญชีทุกคนจะต้องแจ้งการเป็นผู้ทำบัญชีที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าภาย ใน 60 วันนับตั้งแต่วันที่รับทำบัญชี

4. ชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชี (CPD) นับอย่างไร?

ผู้ทำบัญชีจะต้องมีการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ (CPD ย่อมาจาก Continuing Professional Development) เพื่อคงสถานะความรู้ทางวิชาชีพไว้ตลอดเวลา รวมทั้งเพิ่มพูมความรู้ใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ในการทำบัญชี ทั้งในปัจจุบัน และอนาคต
โดยจะต้องนับชั่วโมงให้ได้ไม่น้อยกว่า 27 ชั่วโมงในรอบ 3 ปี ทั้งนี้ใน 27 ชั่วโมงนั้น จะต้องมีเนื้อหาที่เกี่ยวกับการบัญชีไม่น้อยกว่า 18 ชั่วโมง และเรื่องอื่น ๆ อีก 9 ชั่วโมง โดยเฉลี่ยในรอบ 1 ปีจะต้องมีการพัฒนาความรู้ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง นอกจากนี้การเป็นวิทยากรสามารถนับได้ 3 เท่าของชั่วโมงบรรยาย โดยไม่ให้นับซ้ำหัวข้อเดิมในทุกรอบ
3 ปี และการเป็นอาจารย์ในสถาบันการศึกษา นับได้วิชาละ 9 ชั่วโมงโดยไม่ให้นับซ้ำหัวข้อเดิมในทุกรอบ 3 ปี

5. การแจ้งการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ (CPD) ต้องทำอย่างไร?

ผู้ทำบัญชีต้องแจ้งการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ (CPD) กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าทางอินเทอร์เน็ตใน www.dbd.go.th ภายใน 60 วันหลังจากสิ้นสุดปีปฏิทิน ซึ่งได้แก่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 1 มีนาคม ของปีถัดไปนั่นเอง
ทราบอย่างนี้แล้วผู้ทำบัญชีอย่าลืม ทำตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้นให้ครบถ้วนนะคะ สำหรับผู้ที่เป็นนักบัญชีทั่วไป ก็ไม่ควรละเลยการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องเช่นกันค่ะ


ที่มา  http://th.jobsdb.com/TH/TH/V6HTML/Home/audit51.htm

Disqus Shortname

Comments system