แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วางแผนบัญชี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วางแผนบัญชี แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ลดหย่อนภาษี

สิทธิลดหย่อนภาษี รู้ไว้มากประโยชน์
อย่าคิดว่าการเสียภาษีเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวคุณ และไม่จำเป็นต้องรู้อะไรเกี่ยวกับภาษีก็ได้เพราะความเป็นจริงภาษี คือเงินทุกบาททุกสตางค์ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของทุกคนค่ะ พูดถึงเรื่องเสียภาษี บางคนไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าใดนักเพราะเข้าใจว่าในแต่ละเดือนหรือในแต่ละปีได้เสียภาษีเป็นประจำอยู่แล้ว บางคนยังละเลยไม่ยื่นภาษีประจำปีจนกรมสรรพากรต้องเรียกเก็ยย้อนหลังก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ภาษีนั้นคือรายการหนึ่งที่ต้องอยู่ในบัญชีรายจ่ายของครอบครัว ดิฉันอยากจะบอกว่า หน้าที่และสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับ
เรื่องภาษีอากรนั้น คือสิ่งที่พวกเราทุกคนต้องเรียนรู้

เสียภาษีคือหน้าที่
หากพูดถึงเรื่องการเสียภาษี อาจทำให้หลายคนมีรายได้จำนวนมากคิดและรู้สึกเสียดายเงินขึ้นมา แต่คุณก็ต้องคืนเงินส่วนหนึ่งจากที่ได้มามากนั้นให้กับประเทศเป้นจำนวนมากด้วยเช่นกันขอให้ความสำคัญและรับผิดชอบ
ในเรื่องดังกล่าวด้วย เพราะใครก็ตามที่เป็นบุคคลที่มีรายได้ก็จะต้องถูกหักภาษี หากใครก็ตามที่กำลังรู้สึกเสียดายเงิน
ที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย ดิฉันขอให้เลิกคิดเสียดายเงินได้แล้วค่ะ เพราะประเทศเราจะเจริญก้าวหน้าได้มากน้อยแค่ไหน ส่วนหนึ่งมาจากการจ่ายภาษีของประชาชนนั่นเองนั่นหมายความว่าการเสียภาษีตามกฎหมายนั้นไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่ภาษีสังคมนั้นก็ขึ้นอยู่กับความสามารถส่วนตัวของคุณเองว่าจะหลบหลีกได้ยอดเยี่ยมแค่ไหน!

ดิฉันเชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่เข้าใจดีว่า สิ่งอำนวยความสะดวก สาธารณะสมบัติต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรานั้น ส่วนหนึ่งมาจาก
เงินภาษีของคุณ อย่านำเอารายจ่ายที่ถูกหักเพียงน้อยนิดในแต่ละเดือนมานั่งคำนวณให้ปวดหัวดีกว่าค่ะ สิทธิประโยชน์จากการเสียภาษีนั้นมีมากกว่าที่คุณสัมผัสได้ แต่ใครก็ตามที่รู้สึกว่าต้องรับภาระเกี่ยวกับภาษีนั้นมีมากกว่าที่คุณ
สัมผัสได้ แต่ใครก็ตามที่รู้สึกว่าต้องรับภาระเกี่ยวกับภาษีมากมายเหลือเกิน อย่าคิดเลี่ยงหรือหลบหลีกที่จะจ่ายภาษีอีกต่อไป เพราะฉบับนี้ดิฉันขอบอกให้คุณรู้ว่า ทุกๆ คนที่เสียภาษีจะได้รับสิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน

6 สิทธิ..ลดหย่อนภาษี
ก่อนที่จะรู้ว่าคุณได้สิทธิ์ในการลดหย่อนอย่างไรบ้าง ดิฉันขอทำความเข้าใจถึงหน้าที่ของทุกคนที่มีรายได้ก่อน เพราะการจัดเก็บภาษีนั้นครอบคลุมทั้งผู้มีรายได้ที่เป็นบุคคลธรรมดา คณะบุคคล และนิติบุคคลประเภทต่างๆ ซึ่งก็มีหน้าที่ในการเสียภาษีเงินได้ที่แตกต่างกันไป ทั้งนี้ไม่ว่าคุณจะจ่ายภาษีได้ตามที่กฎหมายกำหนดค่ะ มาถึงตรงนี้อาจทำให้
หลายคนยิ้มออกแล้ว เรามาดูกันต่อว่าคุณจะสามารถใช้สิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีได้ในกรณีไหนบ้าง

  1. การลดหย่อนในกรณีมีบุตร ไม่ว่าจะเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายหรือบุตรบุญธรรมก็ตาม สามารถหักลดหย่อนได้คนละ 15,000 บาท แต่ได้ไม่เกิน 3 คน และอายุไม่เกิน 25 ปี หากยังศึกษาอยู่ในมหาวิทลัยหรือชั้นอุดมศึกษาเฉพาะภายในประเทศก็สามารถลดหย่อนเพื่อการศึกษาได้อีกคนละ 2,000 บาท คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังอ่านคอลัมน์นี้อยู่รีบศึกษาเรื่องนี้กันได้แล้ว
  2. ผู้ที่ทำประกันชีวิต สามารถใช้สิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีได้อีกทางหนึ่งค่ะ เพราะเบี้ยประกันภัยส่วนที่เกิน 10,000 บาทแต่ไม่เกิน 40,000 บาทที่จ่ายไป เป็นเงินได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษีแต่ต้องเป็นกรมธรรม์ที่ได้ชำระเบี้ยไม่ต่ำกว่า 10 ปีขึ้นไป ดังนั้นทุกครั้งที่ยื่นแบบเพื่อเสียภาษีก็อย่าลืมค้นหาใบเสร็จรับเงินแนบไปด้วยทุกครั้ง
  3. สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คุณพ่อคุณแม่ทราบหรือไม่ว่าเงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้น สามารถนำมาหัก ลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาทต่อปี
  4. การบริจาคเงิน ไม่ว่าคุณจะใจบุญแค่ไหนก็ตาม หลังบริจาคเงินให้แก่มูลนิธิหรือสถานที่ต่างๆ แล้ว ถ้าสามารถขอหลักฐานการบริจาคได้จะดีมากค่ะ เพราะเงินที่บริจาคแก่การกุศล ก็นำมาหักภาษีได้เท่าจำนวนเงินที่จ่ายจริง แต่ได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้นั่นหมายความว่าการบริจาคทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นรายบุคคลหรือองค์กรก็จะได้รับสิทธิ์
    ดังกล่าวเช่นกัน
  5. สมาชิกกองทุนประกันสังคม ก็จะได้รับสิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีด้วย เพราะเงินสมทบที่ผู้ประกันตนจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคม ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม ทั้งของคุณพ่อและคุณแม่ หรือผู้ที่ไม่ได้ทำงานแต่ยังรักษาสิทธิ์การเป็นสมาชิกของกองทุนประกันสังคมและจ่ายเงินสมทบต่อเนื่องก็สามารถ
    นำมาหักลดหย่อนภาษีได้
  6. ผู้ที่มีหน้าที่เลี้ยงดูบุพการี สำหรับเรื่องนี้น่าจะเป็นสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ และเชื่อว่าเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนสำหรับคนส่วนใหญ่ หากวันนี้คุณมีหน้าที่ต้องดูแลบุพการี ไม่ว่าจะเป็นคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายที่อายุ 60 ปีขึ้นไป ก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับการลดหย่อนภาษีได้จำนวน 3 หมื่นบาท แต่กรมสรรพากรให้สิทธิ์นี้กับลูกเพียงคนเดียวเท่านั้น ดิฉันขอแนะนำให้คุณสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากกรมสรรพากร เพื่อจะได้ศึกษาเงื่อนไขในเรื่องดังกล่าวต่อไป
ไม่ว่าจะเป็นเงินทำบุญ เลี้ยงดูบุตรและภรรยา ค่าเบี้ยประกันชีวิต ฯลฯ สามารถนำมาหักและลดหย่อนภาษีได้ 5 หมื่นบาท นอกจากนี้แล้วเงินลงทุนในกองทุนต่างๆ ที่สรรพากรได้กำหนดไว้ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งสามารถนำมาหักลดหย่อนได้ตามเงินลงทุนจริง แต่ไม่เกิน 15% ของเงินได้ต่อปี
อ่านมาถึงตรงนี้ ทุกคนคงเห็นความสำคัญของการจ่ายภาษีมากขึ้น อย่าหลบหลีกหรือเลี่ยงที่จะจ่ายภาษีเงินได้อีกต่อไปเลยค่ะ เพราะกฎหมายนั้นได้ให้สิทธิประโยชน์ของทุกๆ คนที่จ่ายภาษีเช่นกัน สิ้นปีนี้ก็อย่าลืมคำนวณรายได้และหักลดหย่อนกับสิทธิพิเศษที่คุณได้รับนะคะ


ที่มา : www.suretax-accounting.com

ข้อแตกต่างระหว่าข้อแตกต่างระหว่าง บัญชีการเงิน และ บัญชีภาษีอากร

ข้อแตกต่างระหว่าข้อแตกต่างระหว่าง บัญชีการเงิน และ บัญชีภาษีอากร
ในการจัดทำบัญชีของธุรกิจนอกจากจะต้องมีความรู้ด้านบัญชีไม่ว่าจะเป็นหลักการบัญชีทั่วไป มาตรฐานการบัญชีแล้ว นักบัญชีและผู้บริหารกิจการจะต้องมีความรู้ด้านภาษีอากรอีกด้วย
ดังนั้นการจัดทำงานเกี่ยวกับบัญชีจะต้องมีแนวทาง ที่จะกำหนดในการจัดทำเพราะต้องคำนึงถึงทั้งหลักการบัญชีและกฎหมายภาษีอากร ซึ่งมีอยู่บ่อยครั้งมักจะพบว่า บัญชีที่ ได้จัดทำนั้นไม่ตอบสนองกับหลักเกณฑ์ทางกฎหมายภาษีอากร มีข้อขัดแย้งกับที่นักบัญชีจะต้องเข้าไปแก้ไขปรับปรุงให้เป็น ที่ยอมรับและถูกต้องทั้งด้านการบัญชีและกฎหมายภาษีอากร จะเห็นได้ว่าหากนักบัญชีได้มีการจัดทำบัญชีตั้งแต่สมุดรายวันขั้นต้น สมุดขั้นปลาย งบทดลอง งบการเงิน นักบัญชีจะยึดหลักการบัญชีและมาตรฐานการบัญชี อีกนัยหนึ่งก็คือยึดหลักของบัญชีการเงิน (Financial Accounting) นักบัญชีจะต้องนำข้อมูลทางบัญชีการเงินมาปรับปรุงให้สอดคล้องกับกฎหมายภาษีอากรซึ่งก็คือการบัญชีภาษีอากร (Tax Accounting) ข้อแตกต่างระหว่างบัญชีการเงินกับบัญชีภาษีอากรจึงสรุปได้ดังต่อไปนี้
บัญชีการเงิน (Financial Accounting)
เป็นการจัดทำบัญชีเพื่อบันทึกรายการค้าที่เกิดขึ้นในแต่ละงวดบัญชี ตลอดจนการแสดงฐานะการเงินของกิจการในการจัดทำงบการเงิน แสดงการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงิน และผลการดำเนินงานของกิจการเพื่อรายงานต่อผู้บริหาร ผู้ถือหุ้น บุคคลภายนอก และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นงบกำไรขาดทุน งบต้นทุนผลิต งบดุล งบกระแสเงินสด งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น งบประกอบอื่นและหมายเหตุประกอบงบการเงินของกิจการ และรายละเอียดประกอบการจัดทำรายงานทางการเงินที่เกี่ยวข้อง
บัญชีภาษีอากร (Tax Accounting)
เป็นการนำหลักเกณฑ์ทางบัญชี มาตรฐานการบัญชี มาปรับให้เข้ากับประมวลรัษฎากรและกฎหมายภาษีอากรต่างๆ ให้สอดคล้องกันเพื่อให้ถูกต้องตามหลักการบัญชีและกฎหมายภาษีอากรไม่ว่าจะเป็นเรื่องการคำนวณกำไรขาดทุนสุทธิ เงื่อนไขการรับรู้รายได้และรายจ่ายของกิจการ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีหัก ณ ที่จ่าย หรืออากรแสตมป์ สืบเนื่องมาจากหลักการบัญชี หลายประการที่ขัดแย้งไม่เป็นไปตามกฎหมายภาษีอากรนั่นเอง มักจะพบเห็นกันเมื่อมีการจัดทำบัญชีของธุรกิจในแต่ละรายการค้าแต่ละงวดบัญชีมักจะปรากฏอยู่เสมอว่า หลักในการจัดทำบัญชีไม่เป็นไปตามกฎหมายภาษีอากร ซึ่งผู้จัดทำบัญชีจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขรายการค้าที่เกิดขึ้นให้เป็นไปตามเงื่อนไขทางภาษีอากรที่ได้กำหนดเอาไว้
นักบัญชีส่วนใหญ่มีความรู้ความเข้าใจในการจัดทำบัญชีการเงิน แต่ขาดความเข้าใจในตัวบทกฎหมายภาษีอากรโดยเฉพาะการนำกฎหมายภาษีอากรมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากันกับหลักการบัญชี โดยมากแล้วนักบัญชีมักจะทราบแต่พื้นฐานเบื้องต้นในการคำนวณหรือชำระภาษีอากร เช่น อัตราร้อยละของภาษีที่ต้องชำระ ต้องหักและนำส่งเท่านั้น
สรุปวัตถุประสงค์ของข้อแตกต่างระหว่างบัญชีการเงินและบัญชีภาษีอากรได้ดังนี้
บัญชีการเงิน
1.      ช่วยในด้านการควบคุมรายรับ ? รายจ่ายสินทรัพย์ - หนี้สินและส่วนของเจ้าของ
2.      ช่วยในการบริหารงานของกิจการ
3.      ช่วยในการตัดสินใจในการดำเนินงานขยาย ? เลิกกิจการ ฯลฯ
4.      เพื่อประโยชน์แก่บุคคลภายนอกโดยเฉพาะผู้ถือหุ้นที่ต้องการข้อมูลไปใช้ในการตัดสินใจ
5.      หลักฐานพิสูจน์ความถูกต้องในการจัดทำบัญชี การรวบรวมข้อมูลทางบัญชีการเงิน
บัญชีภาษีอากร
1.      ปรับหลักการบัญชีให้เข้ากับกฎหมายภาษีอากร
2.      หาข้อยุติทางบัญชีและภาษีอากรให้สอดคล้องกัน
3.      ปรับปรุงการบันทึกบัญชีให้เหมาะสมถูกต้องตามกฎหมายภาษีอากร
4.      จัดทำบัญชีที่กฎหมายภาษีอากรกำหนดให้ทำ เช่น บัญชีพิเศษแสดงการหักภาษี ณ ที่จ่าย และการนำส่งภาษีรายงานภาษีมูลค่าเพิ่ม
5.      ปรับปรุงรายรับทางบัญชีให้ตรงกับภาษีอากร


ที่มา : www.cpaccount.net

วันพุธที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2557

สิทธิของผู้เสียภาษี


ผู้มีหน้าที่เสียภาษีมีสิทธิตามกฎหมายโดยสรุปดังนี้
2.1 การผ่อนชำระภาษี
       - ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามแบบ ภ.ง.ด. 90 ภ.ง.ด. 91ที่มีจำนวนเกินกว่า 3,000 บาท สามารถแบ่งจ่ายงวดละเท่าๆกัน ไม่เกิน 3 งวด โดยไม่ต้องเสียเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม
       - ภาษีอากรที่ค้างชำระ โดยยื่นคำร้องขอผ่อนภายใต้หลักเกณฑ์การผ่อนชำระของกรมสรรพากร

2.2 การยื่นอุทธรณ์คัดค้านการประเมินภาษี  (สำคัญมาก)
        กรณี ที่ผู้เสียภาษีถูกประเมินภาษีอากร หากไม่เห็นด้วยกับการประเมินของเจ้าพนักงานประเมิน ผู้เสียภาษีมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์การประเมินเป็นหนังสือ (แบบ ภ.ส.6) ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับหนังสือแจ้งการประเมิน และหากได้รับคำวินิจฉัยอุทธรณ์แล้วยังไม่เห็นด้วยก็มีสิทธิอุทธรณ์ต่อศาล ภาษีอากรได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับคำวินิจฉัยอุทธรณ์จากคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ หากไม่ได้ใช้สิทธิอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลา ผู้เสียภาษีไม่มีสิทธิอุทธรณ์ใดๆ และต้องชำระภาษี พร้อมทั้งเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามการประเมินให้ครบถ้วน
2.3 ขอทุเลาการชำระภาษีอากรโดยจัดให้มีหลักประกันการชำระหนี้ภาษีอากรค้าง
        การ ใช้สิทธิอุทธรณ์ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการเสียภาษีอากร ผู้เสียภาษีที่ได้รับหนังสือแจ้งการประเมินให้ชำระภาษี มีหน้าที่ต้องชำระภาษ๊ตามการประเมินนั้น ภายในกำหนดเวลาที่ได้แจ้งไว้ในหนังสือแจ้งการประเมิน อย่างไรก็ตาม หากต้องการรอคำวินิจฉัยอุทธรณ์ หรือคำพิพากษา ผู้เสียภาษีมีสิทธิยื่นคำร้องขอทุเลาการชำระภาษี โดยจัดให้มีหลักประกันการชำระหนี้ภาษีอากรด้วยหลักทรัพย์ต่างๆ ภายใต้หลักเกณฑ์ตามระเบียบของกรมสรรพากร
2.4 ของดหรือลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มภาษีอากร
       ผู้ เสียภาษีที่มีหน้าที่ยื่นแบบฯ และชำระภาษีอากรให้ครบถ้วนภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย หากมิได้ยื่นแบบฯ หรือชำระภาษีภายในกำหนดเวลา ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมายนอกเหนือจากเงินภาษีที่ต้อง ชำระอีกด้วย อย่างไรก็ดี หากการกระทำความผิดมีเหตุอันควรผ่อนผัน ผู้เสียภาษีอาจมีคำร้องเป็นหนังสือของดหรือลดเบี้ยปรับและอาจได้รับการ พิจารณางดหรือลดเบี้ยปรับให้ได้ ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนดไว้ สำหรับเงินเพิ่มไม่มีกฎหมายใดให้อำนาจเจ้าพนักงานฯงดหรือลดให้ได้ เว้นแต่เป็นกรณีที่อธิบดีอนุมัติให้ขยายกำหนดเวลาชำระหรือนำส่งภาษี และได้มีการชำระหรือนำส่งภาษีภายในกำหนดเวลาที่ขยายแล้ว เงินเพิ่มจะลดลงมาเหลือเพียงกึ่งหนึ่ง
2.5 ขอคัดเอกสารหรือขอสำเนาเอกสาร
       ผู้ เสียภาษีมีสิทธิขอคัดเอกสารหรือขอสำเนาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเสียภาษี ของตนเองได้ เช่น ขอคัดสำเนาแบบแสดงรายการภาษีของตนเอง หรือใบเสร็จรับเงินค่าภาษีแต่ละประเภทที่เป็นของตนเอง เป็นต้น   

ที่มา http://www.pwaaccount.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539290904&Ntype=8

วันอังคารที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2557

วางแผนบัญชี ภาษี


1. ส่วนงานการเงิน มี หน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับ การวางแผนกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในของส่วนงาน งานรับเงิน งานจ่ายเงิน และตรวจสอบเอกสารตามข้อบังคับว่าด้วยการรับจ่าย และเก็บรักษาเงิน ตลอดจนการบริหารเพื่อการลงทุนใน ตราสารทางการเงิน การจัด ให้มีระบบควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน ส่วนงานการเงิน  แบ่งออกเป็น 3 งาน ดังนี้

1.1  งานรับเงิน มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับ
  • การวางแผนกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในของงาน
  • รับชำระเงิน  และติดตามหลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานต่าง ๆ
  • เก็บรักษาเงินสด ตั๋วเงิน ตราสารทางการเงิน ต้นฉบับสัญญาต่างๆ และเอกสารทางการเงิน
  • ออกหลักฐานการรับเงิน และบันทึกบัญชี
  • จัดทำรายงานการรับเงินประจำวัน และประจำเดือน
  • ลงทะเบียนควบคุมเงินยืมทดรองจ่าย
  • ลงทะเบียนควบคุมเงินรับฝากเพื่อเป็นข้อมูลให้งานตรวจจ่าย และงานบัญชีตรวจสอบก่อนคืนเงินรับฝาก
  • จัดทำประมาณการเงินสด
  • ประเมินผลการรับ และใช้จ่ายเงินของหน่วยงานตามประมาณการเงินสด
  • บริหารการเงิน เพื่อลงทุนในตราสารทางการเงิน
  • จัดทำใบโอน เพื่อปรับปรุงบัญชีเงินฝากธนาคารให้ถูกต้อง
  • ปฏิบัติงานสารบรรณ การเบิกจ่ายพัสดุ ควบคุมงบประมาณของส่วนงานการเงิน
  • ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย
      1.2 งานจ่ายเงิน มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับ
  • การวางแผนกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในของงาน
  • จ่ายเงินให้ถูก ต้องตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ ข้อผูกพัน และ นิติกรรมสัญญาต่างๆ ซึ่ง ผ่านการตรวจสอบถูกต้องแล้วภายในกำหนด และภายในรอบระยะเวลาบัญชี
  • ลงบันทึกรายการจ่ายเงิน จัดทำรายงานการรับ – จ่ายเงินประจำวัน
  • ควบคุมการเบิก – ถอน เงินสด เงินฝากธนาคาร และเช็ค
  • จัดทำรายงานเงินสดและเงินฝากธนาคารคงเหลือประจำวัน
  • กำหนดรหัสบัญชีเงินฝากธนาคาร
  • จัดทำใบโอนเพื่อปรับปรุงบัญชีเงินฝากธนาคารให้ถูกต้อง
  • ออกหนังสือรับรองภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
  • จัดทำรายงานภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
  • นำส่งภาษีทุกประเภทให้กรมสรรพากร
  • เปิด – ปิดบัญชี  และโอนเงินบัญชีเงินทุนหมุนเวียนหน่วยงานในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
  • ติดตามให้มีผู้มารับเงิน
  • ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย
     1.3  งานตรวจจ่าย  มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับ
  • การวางแผนกลยุทธ์  การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในของงาน
  • ตรวจเอกสารการ เบิก – จ่ายเงินให้ถูกต้องตามกฎหมาย  ข้อบังคับ  ระเบียบ  ข้อผูกพัน และนิติกรรมสัญญาต่าง ๆ  ซึ่งเจ้าของงานได้ตรวจสอบรับรองความถูกต้องแล้ว
  • ตรวจเอกสารการเบิก – จ่ายเงินบัญชีองค์การคลังสินค้า  และโครงการอื่น ๆ ให้ทันตามกำหนดช่วงระยะเวลาการปิดบัญชี
  • รายงานเอกสารค้างจ่าย ณ วันสิ้นปีงบประมาณ
  • บันทึกการจ่ายคืนบัญชีเงินรับฝากในทะเบียนควบคุมเงินรับฝาก
  • ตรวจเอกสารการนำส่งภาษีทุกประเภท  เพื่อนำส่งให้กรมสรรพากร
  • ตรวจเอกสารงบรับ – จ่าย บัญชีเงินทุนหมุนเวียนให้ถูกต้องพร้อมทั้งบันทึกรายการปรับปรุงบัญชี  ตามที่เจ้าของงานได้ตรวจสอบรับรองความถูกต้องตามหลักเกณฑ์ และวิธีปฏิบัติที่กำหนด
  • ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย
2. ส่วนงานการบัญชี  มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับ การวางแผนกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในของส่วนงาน  งานจัดวางระบบบัญชี จัดทำงบการเงิน และวิเคราะห์งบการเงิน ควบคุมบัญชีสินค้าและบัญชีลูกหนี้ ตลอดจนจัดให้มีระบบการควบคุมภายใน และการบริหารความเสี่ยง ตามระเบียบว่าด้วยการบัญชีและการเงินของรัฐวิสาหกิจและหลักการบัญชีที่ รับรองทั่วไป ส่วนงานการบัญชี แบ่งออกเป็น  3 งาน ดังนี้
  
  2.1  งานบัญชี  มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับ
  • การวางแผนกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในของงาน
  • วางระบบและกำหนดรหัสบัญชีทุกประเภท ยกเว้น บัญชีที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ถาวร ลูกหนี้และเงินฝากธนาคาร
  • จัดทำบัญชีแสดง ฐานะการเงินขององค์การคลังสินค้า และทุกงบการเงินที่องค์การคลังสินค้ารับผิดชอบ รวมทั้งงบการเงินกองทุนต่าง ๆ ตามกำหนดช่วงระยะเวลา รายเดือน รายไตรมาสและรายปี
  • ปรับปรุงบัญชีทุกรายการที่เกี่ยวข้องกับงบการเงิน ยกเว้นรายการที่เกี่ยวกับเงินฝากธนาคาร และบัญชีลูกหนี้
  • เก็บรักษาเอกสารสำคัญต่างๆ ทางบัญชี และทำลายเอกสารตามระเบียบปฏิบัติของทางราชการ
  • ประสานงานกับผู้สอบบัญชี สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
  • วางระบบจัดทำบัญชีต้นทุนกิจกรรม และบัญชีต้นทุนของหน่วยงาน
  • วิเคราะห์งบการเงินทุกงวดที่มีการปิดบัญชี เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจของผู้บริหาร
  • จัดทำรายงานผลการดำเนินงานเสนอคณะกรรมการองค์การคลังสินค้าทุกไตรมาส  และทุกปี  โดยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • จัดทำงบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคารทุกบัญชีที่องค์การคลังสินค้ารับผิดชอบ
  • บันทึกการจ่ายคืนบัญชีเงินรับฝากในทะเบียนควบคุมเงินรับฝาก
  • จัดทำรายงานการรับ – จ่ายเงินประจำวัน และประจำเดือน
  • ตรวจสอบรายงานภาษีทุกประเภทกับเอกสารการบันทึกบัญชี
  • ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย
      2.2  งานบัญชีสินค้า มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับ
  • การวางแผนกลยุทธ์  การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในของงาน
  • วางระบบบัญชีสินค้า ตรวจสอบข้อมูลและจัดทำบัญชีสินค้าในคลังสินค้าทุกแห่ง
  • เก็บรักษาเอกสารสำคัญต่าง ๆ ทางบัญชีสินค้าและทำลายเอกสารตามระเบียบปฏิบัติของทางราชการ
  • รายงานยอดสินค้าคงเหลือทุกเดือน
  • ตีราคาสินค้าคงเหลือ ณ วันสิ้นปีงบประมาณ
  • จัดทำรายงานสินค้าค้างจ่ายประจำปี
  • จัดทำคำสั่งแต่ง ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบสินค้าคงเหลือประจำงวดครึ่งปี และงวดสิ้นปี งบประมาณ  ตามระเบียบ อคส.ว่าด้วยการรับ – จ่าย และเก็บรักษาสินค้า
  • รวบรวมรายงานการตรวจสอบสินค้าคงเหลือ ของคณะกรรมการตรวจสอบสินค้าคงเหลือ
  • สอบยอดบัญชีสินค้าคงเหลือ กับรายงานการตรวจสอบสินค้าคงเหลือ ของคณะกรรมการตรวจสอบสินค้าคงเหลือ
  • ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย
      2.3  งานบริหารลูกหนี้  มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับ
  • การวางแผนกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในของงาน
  • กำหนดรหัสบัญชีลูกหนี้
  • จัดทำทะเบียนคุมยอดลูกหนี้รายตัวทุกประเภท (ยกเว้นลูกหนี้เงินกู้สวัสดิการ)
  • จัดทำรายงานอายุลูกหนี้รายเดือน
  • ตรวจสอบหนี้ที่ ถึงกำหนดระยะเวลาชำระหนี้ เพื่อออกหนังสือทวงหนี้เร่งรัดให้ชำระเงิน แล้วแจ้งให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องที่เกี่ยวข้องรับทราบเพื่อติดตามทวงถามอีก ทางหนึ่ง
  • คำนวณดอกเบี้ยและค่าปรับ ลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระเงิน
  • ปรับปรุงรายการบัญชีที่เกี่ยวข้องกับลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น ๆ
  • บันทึกบัญชีค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
  • ขออนุมัติคณะกรรมการองค์การคลังสินค้าเพื่อจำหน่ายบัญชีลูกหนี้
  • จัดทำรายละเอียดลูกหนี้ค้างชำระทุกรอบระยะเวลาที่ต้องปิดงบการเงิน
  • เก็บรักษาเอกสารสำคัญต่าง ๆ ทางบัญชีลูกหนี้และทำลายเอกสารตามระเบียบปฏิบัติของทางราชการ
  • ปฏิบัติงานสารบรรณ การเบิกจ่ายพัสดุ ควบคุมงบประมาณของส่วนงานการบัญชีและสำนักการเงินและการบัญชี
  • ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย

Disqus Shortname

Comments system