แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ค่าทำบัญชี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ค่าทำบัญชี แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2557

ทำบัญชีอย่างไรให้สรรพากรยอมรับได้



1.ผู้ทำบัญชี จะต้องมีคุณสมบัติโดยเป็นผู้มีภูมิลำเนาในราชอาณาจักรไทย มีความรู้ภาษาไทย ไม่เคยต้องโทษจำคุก ในความผิดตามกฎหมายบัญชี/สอบบัญชี เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปีมีคุณวุฒิการศึกษา ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการบัญชี / สอบบัญชีหรือเทียบเท่า เข้าอบรมพัฒนา วิชาชีพต่อเนื่อง อบรม 3 ปี 27 ชั่วโมง (เนื้อหาเกี่ยวกับบัญชีไม่น้อยกว่า 18 ชั่วโมง แต่ละปีต้องเข้ารับ การอบรมพัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่องทางวิชาชีพไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง) และต้องแจ้งรายละเอียดการ อบรม ตามแบบ ส.บช.7 ต่ออธิบดีภายใน 60 วัน นับแต่วันสิ้นปีปฏิทินของทุกปี
2.ต้องมีระบบบัญชี ที่ดี มีเอกสารการรับเงินจ่ายเงิน สต็อกสินค้า ส่งสินค้าให้ครบถ้วนตา พระราช บัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประมวล รัษฎากร เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมอยู่ตลอดสำหรับการเข้าตรวจสอบของสรรพากร
3.ประเภทธุรกิจที่ แตกต่างกัน ก็จะมีรายละเอียดในการทำบัญชีแตกต่างกัน เช่น ธุรกิจบริการ ต้องไม่ลืมที่จะคำนวณ ภาษีหัก ณ ที่จ่ายทุกครั้งที่เกิดการให้บริการ หรือธุรกิจผลิตสินค้า ต้องตีความ ให้ถูกต้องว่าสินค้าใดผลิตเพื่อขาย สินค้าใดรับจ้างผลิต ซึ่งจะมีการลงบัญชีแตกต่างกัน สำหรับธุรกิจ นำเข้า-ส่งออก จะต้องตรวจสอบพิกัดสินค้าที่นำเข้า หรือส่งออก เพราะหากมีการลงพิกัดผิด ก็อาจจะถูก ปรับเสียค่าใช้จ่ายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ธุรกิจลีสซิ่งและเช่าซื้อ ก็ต้องแยกแยะให้ชัดเจนว่าเป็นธุรกรรม ประเภทใด การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ หรือการให้เช่า ก็จะมีการลงบัญชีที่แตกต่างกัน
4.นักบัญชีที่ดี ต้องทำความเข้าใจกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการทางบัญชี เช่น พระราชบัญญัติ การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรฐานการบัญชี ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการจัดการห้างหุ้นส่วน และบริษัท พระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ ประมาลรัษฎากร กฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น พ.ร.บ.โรงงาน พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้าและลิขสิทธิ์ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม ประกาศของกรมทะเบียนการค้า และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นต้น
5.หน้าที่ของผู้จัด ทำบัญชี นอกจากจะต้องจัดทำบัญชีให้ถูกต้องแล้ว กรณีปกติ ผู้จัดทำบัญชี จะต้องเก็บรักษาบัญชี และเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี กรณีเลิกกิจการ ก็ต้องเก็บเอกสารจนกว่าจะส่งมอบให้สารวัตรบัญชีและสารวัตรบัญชีเก็บไว้อย่าง น้อยอีก 5 ปี (ส่งมอบภายใน 90 วันขยายได้ถึง 180 วัน) กรณีถูกตรวจสอบ อธิบดีมีอำนาจกำหนดให้เก็บเกิน 5 ปีแต่ไม่เกิน 7 ปี
6.การทำบัญชีให้ถูกต้อง ด้วยหลักการความรู้ทางบัญชี ภาษี และกฎหมาย รวมถึงการเก็บรักษาบัญชี ให้ครบถ้วน ช่วยลดปัญหาความยุ่งยากกับสรรพากร อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือ ให้กับองค์กรอีกด้วยของทุกปี


ที่มา http://www.pwaaccount.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539319673&Ntype=8

วันอังคารที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2557

วางแผนบัญชี ภาษี


1. ส่วนงานการเงิน มี หน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับ การวางแผนกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในของส่วนงาน งานรับเงิน งานจ่ายเงิน และตรวจสอบเอกสารตามข้อบังคับว่าด้วยการรับจ่าย และเก็บรักษาเงิน ตลอดจนการบริหารเพื่อการลงทุนใน ตราสารทางการเงิน การจัด ให้มีระบบควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน ส่วนงานการเงิน  แบ่งออกเป็น 3 งาน ดังนี้

1.1  งานรับเงิน มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับ
  • การวางแผนกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในของงาน
  • รับชำระเงิน  และติดตามหลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานต่าง ๆ
  • เก็บรักษาเงินสด ตั๋วเงิน ตราสารทางการเงิน ต้นฉบับสัญญาต่างๆ และเอกสารทางการเงิน
  • ออกหลักฐานการรับเงิน และบันทึกบัญชี
  • จัดทำรายงานการรับเงินประจำวัน และประจำเดือน
  • ลงทะเบียนควบคุมเงินยืมทดรองจ่าย
  • ลงทะเบียนควบคุมเงินรับฝากเพื่อเป็นข้อมูลให้งานตรวจจ่าย และงานบัญชีตรวจสอบก่อนคืนเงินรับฝาก
  • จัดทำประมาณการเงินสด
  • ประเมินผลการรับ และใช้จ่ายเงินของหน่วยงานตามประมาณการเงินสด
  • บริหารการเงิน เพื่อลงทุนในตราสารทางการเงิน
  • จัดทำใบโอน เพื่อปรับปรุงบัญชีเงินฝากธนาคารให้ถูกต้อง
  • ปฏิบัติงานสารบรรณ การเบิกจ่ายพัสดุ ควบคุมงบประมาณของส่วนงานการเงิน
  • ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย
      1.2 งานจ่ายเงิน มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับ
  • การวางแผนกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในของงาน
  • จ่ายเงินให้ถูก ต้องตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ ข้อผูกพัน และ นิติกรรมสัญญาต่างๆ ซึ่ง ผ่านการตรวจสอบถูกต้องแล้วภายในกำหนด และภายในรอบระยะเวลาบัญชี
  • ลงบันทึกรายการจ่ายเงิน จัดทำรายงานการรับ – จ่ายเงินประจำวัน
  • ควบคุมการเบิก – ถอน เงินสด เงินฝากธนาคาร และเช็ค
  • จัดทำรายงานเงินสดและเงินฝากธนาคารคงเหลือประจำวัน
  • กำหนดรหัสบัญชีเงินฝากธนาคาร
  • จัดทำใบโอนเพื่อปรับปรุงบัญชีเงินฝากธนาคารให้ถูกต้อง
  • ออกหนังสือรับรองภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
  • จัดทำรายงานภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
  • นำส่งภาษีทุกประเภทให้กรมสรรพากร
  • เปิด – ปิดบัญชี  และโอนเงินบัญชีเงินทุนหมุนเวียนหน่วยงานในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
  • ติดตามให้มีผู้มารับเงิน
  • ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย
     1.3  งานตรวจจ่าย  มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับ
  • การวางแผนกลยุทธ์  การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในของงาน
  • ตรวจเอกสารการ เบิก – จ่ายเงินให้ถูกต้องตามกฎหมาย  ข้อบังคับ  ระเบียบ  ข้อผูกพัน และนิติกรรมสัญญาต่าง ๆ  ซึ่งเจ้าของงานได้ตรวจสอบรับรองความถูกต้องแล้ว
  • ตรวจเอกสารการเบิก – จ่ายเงินบัญชีองค์การคลังสินค้า  และโครงการอื่น ๆ ให้ทันตามกำหนดช่วงระยะเวลาการปิดบัญชี
  • รายงานเอกสารค้างจ่าย ณ วันสิ้นปีงบประมาณ
  • บันทึกการจ่ายคืนบัญชีเงินรับฝากในทะเบียนควบคุมเงินรับฝาก
  • ตรวจเอกสารการนำส่งภาษีทุกประเภท  เพื่อนำส่งให้กรมสรรพากร
  • ตรวจเอกสารงบรับ – จ่าย บัญชีเงินทุนหมุนเวียนให้ถูกต้องพร้อมทั้งบันทึกรายการปรับปรุงบัญชี  ตามที่เจ้าของงานได้ตรวจสอบรับรองความถูกต้องตามหลักเกณฑ์ และวิธีปฏิบัติที่กำหนด
  • ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย
2. ส่วนงานการบัญชี  มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับ การวางแผนกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในของส่วนงาน  งานจัดวางระบบบัญชี จัดทำงบการเงิน และวิเคราะห์งบการเงิน ควบคุมบัญชีสินค้าและบัญชีลูกหนี้ ตลอดจนจัดให้มีระบบการควบคุมภายใน และการบริหารความเสี่ยง ตามระเบียบว่าด้วยการบัญชีและการเงินของรัฐวิสาหกิจและหลักการบัญชีที่ รับรองทั่วไป ส่วนงานการบัญชี แบ่งออกเป็น  3 งาน ดังนี้
  
  2.1  งานบัญชี  มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับ
  • การวางแผนกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในของงาน
  • วางระบบและกำหนดรหัสบัญชีทุกประเภท ยกเว้น บัญชีที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ถาวร ลูกหนี้และเงินฝากธนาคาร
  • จัดทำบัญชีแสดง ฐานะการเงินขององค์การคลังสินค้า และทุกงบการเงินที่องค์การคลังสินค้ารับผิดชอบ รวมทั้งงบการเงินกองทุนต่าง ๆ ตามกำหนดช่วงระยะเวลา รายเดือน รายไตรมาสและรายปี
  • ปรับปรุงบัญชีทุกรายการที่เกี่ยวข้องกับงบการเงิน ยกเว้นรายการที่เกี่ยวกับเงินฝากธนาคาร และบัญชีลูกหนี้
  • เก็บรักษาเอกสารสำคัญต่างๆ ทางบัญชี และทำลายเอกสารตามระเบียบปฏิบัติของทางราชการ
  • ประสานงานกับผู้สอบบัญชี สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
  • วางระบบจัดทำบัญชีต้นทุนกิจกรรม และบัญชีต้นทุนของหน่วยงาน
  • วิเคราะห์งบการเงินทุกงวดที่มีการปิดบัญชี เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจของผู้บริหาร
  • จัดทำรายงานผลการดำเนินงานเสนอคณะกรรมการองค์การคลังสินค้าทุกไตรมาส  และทุกปี  โดยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • จัดทำงบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคารทุกบัญชีที่องค์การคลังสินค้ารับผิดชอบ
  • บันทึกการจ่ายคืนบัญชีเงินรับฝากในทะเบียนควบคุมเงินรับฝาก
  • จัดทำรายงานการรับ – จ่ายเงินประจำวัน และประจำเดือน
  • ตรวจสอบรายงานภาษีทุกประเภทกับเอกสารการบันทึกบัญชี
  • ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย
      2.2  งานบัญชีสินค้า มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับ
  • การวางแผนกลยุทธ์  การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในของงาน
  • วางระบบบัญชีสินค้า ตรวจสอบข้อมูลและจัดทำบัญชีสินค้าในคลังสินค้าทุกแห่ง
  • เก็บรักษาเอกสารสำคัญต่าง ๆ ทางบัญชีสินค้าและทำลายเอกสารตามระเบียบปฏิบัติของทางราชการ
  • รายงานยอดสินค้าคงเหลือทุกเดือน
  • ตีราคาสินค้าคงเหลือ ณ วันสิ้นปีงบประมาณ
  • จัดทำรายงานสินค้าค้างจ่ายประจำปี
  • จัดทำคำสั่งแต่ง ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบสินค้าคงเหลือประจำงวดครึ่งปี และงวดสิ้นปี งบประมาณ  ตามระเบียบ อคส.ว่าด้วยการรับ – จ่าย และเก็บรักษาสินค้า
  • รวบรวมรายงานการตรวจสอบสินค้าคงเหลือ ของคณะกรรมการตรวจสอบสินค้าคงเหลือ
  • สอบยอดบัญชีสินค้าคงเหลือ กับรายงานการตรวจสอบสินค้าคงเหลือ ของคณะกรรมการตรวจสอบสินค้าคงเหลือ
  • ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย
      2.3  งานบริหารลูกหนี้  มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับ
  • การวางแผนกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในของงาน
  • กำหนดรหัสบัญชีลูกหนี้
  • จัดทำทะเบียนคุมยอดลูกหนี้รายตัวทุกประเภท (ยกเว้นลูกหนี้เงินกู้สวัสดิการ)
  • จัดทำรายงานอายุลูกหนี้รายเดือน
  • ตรวจสอบหนี้ที่ ถึงกำหนดระยะเวลาชำระหนี้ เพื่อออกหนังสือทวงหนี้เร่งรัดให้ชำระเงิน แล้วแจ้งให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องที่เกี่ยวข้องรับทราบเพื่อติดตามทวงถามอีก ทางหนึ่ง
  • คำนวณดอกเบี้ยและค่าปรับ ลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระเงิน
  • ปรับปรุงรายการบัญชีที่เกี่ยวข้องกับลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น ๆ
  • บันทึกบัญชีค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
  • ขออนุมัติคณะกรรมการองค์การคลังสินค้าเพื่อจำหน่ายบัญชีลูกหนี้
  • จัดทำรายละเอียดลูกหนี้ค้างชำระทุกรอบระยะเวลาที่ต้องปิดงบการเงิน
  • เก็บรักษาเอกสารสำคัญต่าง ๆ ทางบัญชีลูกหนี้และทำลายเอกสารตามระเบียบปฏิบัติของทางราชการ
  • ปฏิบัติงานสารบรรณ การเบิกจ่ายพัสดุ ควบคุมงบประมาณของส่วนงานการบัญชีและสำนักการเงินและการบัญชี
  • ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย

วันจันทร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2557

บริการงานจดทะเบียน





          บริษัท บุศราคัมการบัญชี จำกัด ให้บริการงานทะเบียนในเขตพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัด ทางบริษัทมีพนักงานรับ-ส่งเอกสาร ไปหาลูกค้าถึงที่บ้านเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าทุกคน

          โดยลูกค้าจะได้รับความสะดวกสบาย และบริการที่ประทับใจจากทางบริษัท เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการจะจดทะเบียนบริษัท แต่ไม่มีเวลาในการดำเนินการเอง หรือ ยังไม่เข้าใจขั้นตอนเกี่ยวกับการจดทะเบียนบริษัท, ไม่ทราบเกี่ยวกับเรื่องของเอกสารที่ต้องใช้ในการจดเบียนบริษัท หรือ เรื่องอื่นๆ อีก เนื่องจาก ขั้นตอนและเอกสารที่จำเป็นต้องใช้ในการจดทะเบียนบริษัทนั้น ค่อนข้างจะยุ่งจากและซับซ้อน


ทำไมต้องใช้บริการจากเรา

          เราไม่เพียงแต่ให้บริการจดทะเบียนเท่านั้น เรายังให้คำปรึกษาทุกอย่างที่เกี่ยวกับการจัดตั้งบริษัทโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านบัญชีและภาษี ลูกค้าสามารถสอบถามเกี่ยวกับการเปิดบริษัท เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการจดทะเบียน


บริการงานทะเบียน
  • จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด
  • จดเปลี่ยนแปลงกรมพัฒนาธุรกิจฯ เช่น ย้ายสถานประกอบการ เปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น  เปลี่ยนแปลงกรรมการ  แก้ไขชื่อบริษัท  เพิ่มทุนจดทะเบียน และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
  • จดทะเบียนเลิกและชำระบัญชี บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด
  • ขึ้นทะเบียนนายจ้างสำนักงานประกันสังคม
  • จดภาษีมูลค่าเพิ่มกรมสรรพากร
  • จดเปลี่ยนแปลงกรมสรรพากร เช่น ย้ายสถานประกอบการ เพิ่มวัตถุประสงค์

ระยะเวลาในการดำเนินการ

          ระยะเวลา 1-5 วันในการดำเนินการจดทะเบียน (ขึ้นอยู่กับความพร้อมทางด้านเอกสารของลูกค้า)



Disqus Shortname

Comments system