อาชีพอิสระนักบัญชี
โดย ณรงค์วิทย์ แสนทอง
นักบัญชี ถือเป็นอาชีพหนึ่ง
ที่ต้องอาศัยความรู้ความสามารถเฉพาะทาง และร่ำเรียนมาโดยตรง ทำงานในสายงานบัญชี
จนมีประสบการณ์มากพอสมควร ผ่านความรับผิดชอบเป็นสมุห์บัญชี
หรือผู้จัดการฝ่ายบัญชีมาก่อน จึงจะได้รับการยอมรับให้เป็น นักบัญชี
ผู้ทำบัญชี เป็นวิชาชีพ
ที่ปัจจุบันมีการตรากฎหมายออกมาเพื่อคุ้มครองอาชีพนี้โดยเฉพาะ คือ พระราชบัญญัติ
การบัญชี พ.ศ.๒๕๔๓ ผู้ทำบัญชี ที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย แต่อาจไม่ใช่ นักบัญชี
หากว่าผู้นั้นยังขาดประสบการณ์ในหน้าที่งานบัญชี และเช่นกัน นักบัญชี
ผู้มีความสารมาถและประสบการณ์ ไม่อาจจะเป็น ผู้ทำบัญชี
ได้หากว่าขาดคุณสมบัติวุฒิการศึกษาตามที่กฎหมายกำหนด
เมื่อกล่าวถึง
ผู้ทำบัญชี ก็ต้องกล่าวถึง ผู้สอบบัญชี ซึ่งเป็นวิชาชีพอิสระอีกอาชีพหนึ่ง
ที่ต้องอาศัยซึ่งกันและกัน ดังกฏที่ว่า งบการเงินของกิจการหนึ่ง ๆ ผู้ทำบัญชี
และผู้ตรวจสอบบัญชีต้องมิใช่คนเดียวกัน หรือเรียกว่า คนทำไม่ตรวจ
คนตรวจก็ไม่ทำบัญชี คล้ายกับอาชีพหมอ ที่ว่า แพทย์เป็นผู้ตรวจแล้วสั่งยา
แต่ไม่หยิบยาเอง ส่วนเภสัชกรมีหน้าที่หยิบยา แต่ไม่มีหน้าที่สั่งยาให้คนไข้
หรือยกอีกตัวอย่างหนึ่ง คืออาชีพวิศวกร กับสถาปัตยกรรม
ทั้งสองอาชีพทำหน้าที่คู่ขนานกัน
สำหรับนักบัญชี อย่างน้อย ๆ
จะต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ 1 ใบ เพื่อขึ้นทะเบียนเป็น
:
ผู้ทำบัญชี
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)
ผู้สอบภาษีอากร (Tax Auditor)
อาชีพและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับนักบัญชี
1.รับทำบัญชี
2.รับตรวจสอบบัญชี
3.รับวางระบบบัญชี
4.รับเขียนโปรแกรมบัญชี
5.ที่ปรึกษาภาษีอากร
6.เป็นวิทยากร
/ ผู้สอน วิชาบัญชี
ภาษีอากร
7.สถาบันอบรมบัญชี-ภาษีอากร
8.ผลิต/จำหน่ายโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป
ลำดับที่
1 6 จะทำเป็นอาชีพอิสระด้วยตัวเองคนเดียวก็ได้
ณ
ที่นี้จะขอกล่าวถึงอาชีพการรับทำบัญชี
เพราะเป็นงานอิสระที่นักบัญชีส่วนใหญ่เริ่มต้นด้วยการรับทำบัญชี
รูปแบบของธุรกิจรับทำบัญชีนี้ เป็นอย่างไร
?
ท่านสามารถเลือกแบบธุรกิจ
ซึ่งแบ่งตามขนาดที่ท่านต้องการ
1.One Man
Show
นักบัญชีกลุ่มนี้มีจำนวนมาก บางรายรับทำบัญชี บางรายสอนงาน วางระบบ
ที่ปรึกษา ตอนเริ่มต้นอาจทำด้วยตัวคนเดียว แล้วค่อย ๆ
หาผู้ช่วยเพิ่มขึ้นตามปริมาณงาน แต่บางรายต้องการอิสระในการทำงาน
ไม่ต้องอาศัยผู้ช่วยหรือทีมงาน ข้อดีคือควบคุมคุณภาพได้ที่เราอยากให้เป็น
ข้อเสียคือถ้ารับงานมากเกินไปจะทำให้เครียดได้
หากเป็นประเภทรับทำบัญชีส่วนใหญ่เกิดจากในอดีตระหว่างทำงานประจำ
รับจ๊อบทำบัญชีให้กับกิจการอื่นเป็นอาชีพเสริม พอมีมากขึ้น ๆ
ก็ลาออกเปลี่ยนเอาจ๊อบบัญชีเป็นอาชีพหลัก
ที่พบเห็นอีกกลุ่มที่ไม่น้อยเลยเป็นแม่บ้านมีภาระงานในบ้านพอสมควร
ไม่อยากออกไปทำงานนอกบ้านจึงรับงานบัญชีมาทำที่บ้าน
2.Teamwork
อาจเริ่มต้นจากตัวคนเดียว
แล้วหาผู้ช่วย(พนักงานบัญชี) เพิ่ม รวม ๆ ไม่เกิน 10 คน
หรือเริ่มต้นจากการชวนเพื่อน 1-2 คน
มาทำร่วมเป็นหุ้นส่วนกัน
บางทีได้งานรับวางระบบบัญชี
ก็ต้องมีทีมงานที่สามารถเรียกมาช่วยกันได้โดยทันที
3.Firm
เมื่อกิจการมีทีมงานมากกว่า 5 คน
เจ้าของกิจการจะขยายให้โตขึ้น มีพนักงาน 10 หรือ 20 คน แล้วแต่โอกาสและความต้องการ
กิจการขนาดนี้ มี 3 แบบ คือ สำนักงานรับทำบัญชีอย่างเดียว
สำนักงานรับตรวจสอบบัญชีอย่างเดียว
และสำนักงานที่มีทั้งแผนกทำบัญชีและแผนกตรวจสอบบัญชีอยู่ในองค์กรเดียวกัน
และอาจจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
บริษัทจำกัด
ด้านรายได้
ขึ้นอยุ่กับความสามารถในการหางาน
และทำงาน ปัจจุบันองค์กรธุรกิจที่เป็นนิติบุคคล ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด
บริษัทจำกัด ประมาณ 475,000 ราย หากเราจะขอแบ่งมาทำสัก 10-20 ราย
ไม่น่าจะยากเกินกำลัง
โดยเฉพาะผู้ที่มีวงพื่อนฝูงและญาติกว้างขวาง
รายได้มากน้อย
จะขึ้นอยู่กับขนาดของกิจการที่เราดูแล หากเป็นรายใหญ่จะมีค่าบริการค่อนข้างสูง
ดังนั้นจึงควรมีลูกค้าขนาดใหญ่ไว้บ้าง
อาชีพนี้จะมีรายได้สม่ำเสมอ
หากรู้จักเก็บจะเป็นอาชีพที่มั่นคง แต่ถ้าอยากจะรวยกับอาชีพนี้
ไม่ทราบจะบอกอย่างไรเพราะคำว่า รวย ของแต่ละคนพอใจจะรวยไม่เท่ากัน
ต้องเตรียมตัวอย่างไร ?
มีข้อควรคิดถึงคุณสมบัติส่วนตัว
และการเตรียมความพร้อม ดังนี้
ความรู้ความสามารถ
ประสบการณ์ที่ผ่านมาคิดว่ามั่นใจเต็มที่แล้วหรือยัง เชื่อมั่นในตัวเองมากแค่ไหน
โดยปรึกษาขอความเห็นจากเพื่อนนักบัญชีด้วยกัน
หรืออดีตหัวหน้าฝ่ายบัญชีที่เราเคารพศรัทธา
เตรียมเผชิญกับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง
จากเดิมที่เคยออกจากบ้านไปที่ทำงานทุกวัน แต่กลับต้องอยู่กับบ้าน
เคยมีผู้ร่วมงานคอยเป็นเพื่อนคุย ต่อไปนี้เราจะค่อนข้างเหงา
ต้องใช้เวลาในการปรับสภาพความเป็นอยู่ระยะหนึ่ง
ไม่หยุดการเรียนรู้
ต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเคิมตลอดเวลา และไม่ลืมที่จะต้องเข้าอบรมวิชาบัญชี-ภาษี
ให้ครบ 27 ชั่วโมงทุก ๆ 3 ปี ตามที่สภาวิชาชีพการบัญชีกำหนด
มีที่ปรึกษาส่วนตัว หรือแหล่งที่จะขอคำปรึกษาได้ เพราะไม่มีใครที่พร้อม
100% วิชาการค้นหาได้จากหนังสือ แต่ภาคปฎิบัติต้องอาศัยปรึกษาจากผู้ที่มีประสบการณ์
เวลางาน กับเวลาส่วนตัว ต้องจัดแบ่งให้ลงตัวอย่างเหมาะสม
หากแบ่งเวลาให้กับงานน้อยไป หรือผลัดวันประกันพรุ่งจะทำให้งานค้างจำนวนมาก
เป็นผลเสียในด้านการให้บริการ
จัดหาอุปกรณ์เครื่องใช้ให้พอเพียง
อย่างน้อยต้องมีอุปกรณ์สำนักงานครบ และที่ขาดไม่ได้คือ โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป
ที่มีประสิทธิภาพ
ปัจจัยที่จะทำให้เกิดความล้มเหลวในอาชีพนี้
1.รับงานที่มีความเสี่ยงสูง
บางคนรับงานทำบัญชีทุกราย
โดยไม่เลือกว่ากิจการใดประกอบธุรกิจอย่างซื่อสัตย์หรือไม่
ช่วยเหลือลูกค้าเลี่ยงภาษีอากร บันทึกตัวเลขบัญชีโดยไม่มีเอกสารหลักฐานที่ถูกต้อง
ให้การช่วยเหลือลูกค้าจนเกินเหตุ ขาดจรรยาบรรณ
ท่านอาจเป็นคนกลุ่มแรกที่จะถูกเพิกถอนใบอนุญาต
หรือถูกดำเนินคดีได้
2.
ยักยอกเงินภาษี
บางรายให้บริการยื่นชำระภาษีแทนลูกค้า
โดยรับเงินสดจากลูกค้าเพื่อไปยื่นแบบชำระภาษีให้สรรพากร แรก ๆ ก็ทำเป็นปกติ
ต่อมาการเงินส่วนตัวมีปัญหา นำเงินภาษีที่รับมาจากลูกค้าไปหมุน
แล้วนำส่งภาษีไม่ทันอีก เกิดการค้างมากขึ้น ๆ บางรายทำอย่างนี้กับลูกค้าทุกรายที่มี
ได้เงินไปหลายแสน บางรายได้ไปนับล้าน จนต้องหนีหายตัวไป
ผลเสียกตกกับลูกค้าที่ค้างส่งภาษี
ทำให้เสียสถาบันวิชาชีพอย่างร้ายแรง
3.บริการแย่ลง
บางรายมีลูกค้าติดต่อมาว่าจ้างมากขึ้น
ๆ ปริมาณงานที่รับมากเกินกว่าที่จะทำได้ทัน ไม่รีบเร่งแก้ปัญหา
รับปากกับลูกค่าว่าจะเสร็จแล้ว ผลัดวันประกันพรุ่ง มีข้อผิดพลาดบ่อย ลืมนัด
เลื่อนนัดเป็นประจำ
ทำให้ลูกค้าต้องตีจากให้คนอื่นมาทำแทน
4.
ขาดการเอาใจใส่
ขาดการดูแลเอาใจใส่ลูกค้า
ปีหนึ่งลูกค้าได้เห็นหน้าเพียงครั้งเดียว หรือไม่ได้ไปพบลูกค้าเลยเป็นปี ๆ
และบางรายปล่อยให้ลูกจ้างทำงาน โดยไม่ได้ติดตามผลงาน
ถ้าลูกจ้างบริการไม่ดีผลเสียจะตกกับเรา บางรายมีลูกจ้างให้บริการดีเราก็ดีด้วย
แต่บางทีลูกจ้างที่ดีลาออกไป
ไม่ออกเปล่าแถมดึงลูกค้าเราติดไปด้วยอย่างนี้ก็มีเยอะ
5.
ขาดการพัฒนาตนเอง
ไม่มีการติดตามข่าวสารภาษีอากร กฎหมาย กฎกระทรวง
ที่ออกมาใหม่ เพื่อนำมาประกอบการใช้งาน จนทำให้การทำงานมีข้อผิดพลาด
การศึกษาทางธุรกิจด้านอื่น ๆ
ก็ต้องมีความรู้พอเท่าทันลูกค้าบ้างเหมือนกัน
ความภูมิใจในอาชีพนักบัญชี
1.เป็นอาชีพที่มีเกียรติ
ทั้งนี้ผู้ประกอบวิชาชีพต้องปฎิบัติตน ทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์
มีระเบียบวินัย และธำรงไว้ซึ่งจรรยาบรรณในวิชาชีพ
ท่านจะได้รับเกียรติและการยอมรับจากลูกค้าและบุคคลทั่วไป
2.
สร้างคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติ
ถือว่ามีส่วนร่วมในสังคม
เป็นกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างความยุติธรรม ความโปร่งใส ธรรมาภิบาล
อันทำให้สังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ
3.
ความมีเอกภาพ
นักบัญชีที่ดีต้องมีเอกภาพ
มีอิสระที่จะปฎิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องตรงไปตรงมา
ฝ่ายผู้ประกอบการต้องการเสียภาษีน้อย
แต่ฝ่ายเจ้าหน้าที่สรรพากรต้องการเก็บภาษีให้ได้มาก ๆ
เรานักบัญชีเป็นผู้อยู่ตรงกลาง ทำอย่างไรจึงจะให้ได้รับความพอใจทั้งสองฝ่าย
และอยู่บนเงื่อนไขความ
ถูกต้องด้วย
วันอังคารที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2557
สิทธิของผู้เสียภาษี
สิทธิของผู้เสียภาษี
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีมีสิทธิตามกฎหมายโดยสรุปดังนี้
2.1 การผ่อนชำระภาษี
- ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามแบบ ภ.ง.ด. 90 ภ.ง.ด. 91ที่มีจำนวนเกินกว่า 3,000 บาท สามารถแบ่งจ่ายงวดละเท่าๆกัน ไม่เกิน 3 งวด โดยไม่ต้องเสียเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม
- ภาษีอากรที่ค้างชำระ โดยยื่นคำร้องขอผ่อนภายใต้หลักเกณฑ์การผ่อนชำระของกรมสรรพากร
2.2 การยื่นอุทธรณ์คัดค้านการประเมินภาษี (สำคัญมาก)
กรณีที่ผู้เสียภาษีถูกประเมินภาษีอากร หากไม่เห็นด้วยกับการประเมินของเจ้าพนักงานประเมิน ผู้เสียภาษีมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์การประเมินเป็นหนังสือ (แบบ ภ.ส.6) ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับหนังสือแจ้งการประเมิน และหากได้รับคำวินิจฉัยอุทธรณ์แล้วยังไม่เห็นด้วยก็มีสิทธิอุทธรณ์ต่อศาลภาษีอากรได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับคำวินิจฉัยอุทธรณ์จากคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ หากไม่ได้ใช้สิทธิอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลา ผู้เสียภาษีไม่มีสิทธิอุทธรณ์ใดๆ และต้องชำระภาษี พร้อมทั้งเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามการประเมินให้ครบถ้วน
2.3 ขอทุเลาการชำระภาษีอากรโดยจัดให้มีหลักประกันการชำระหนี้ภาษีอากรค้าง
การใช้สิทธิอุทธรณ์ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการเสียภาษีอากร ผู้เสียภาษีที่ได้รับหนังสือแจ้งการประเมินให้ชำระภาษี มีหน้าที่ต้องชำระภาษ๊ตามการประเมินนั้น ภายในกำหนดเวลาที่ได้แจ้งไว้ในหนังสือแจ้งการประเมิน อย่างไรก็ตาม หากต้องการรอคำวินิจฉัยอุทธรณ์ หรือคำพิพากษา ผู้เสียภาษีมีสิทธิยื่นคำร้องขอทุเลาการชำระภาษี โดยจัดให้มีหลักประกันการชำระหนี้ภาษีอากรด้วยหลักทรัพย์ต่างๆ ภายใต้หลักเกณฑ์ตามระเบียบของกรมสรรพากร
2.4 ของดหรือลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มภาษีอากร
ผู้เสียภาษีที่มีหน้าที่ยื่นแบบฯ และชำระภาษีอากรให้ครบถ้วนภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย หากมิได้ยื่นแบบฯ หรือชำระภาษีภายในกำหนดเวลา ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมายนอกเหนือจากเงินภาษีที่ต้องชำระอีกด้วย อย่างไรก็ดี หากการกระทำความผิดมีเหตุอันควรผ่อนผัน ผู้เสียภาษีอาจมีคำร้องเป็นหนังสือของดหรือลดเบี้ยปรับและอาจได้รับการพิจารณางดหรือลดเบี้ยปรับให้ได้ ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนดไว้ สำหรับเงินเพิ่มไม่มีกฎหมายใดให้อำนาจเจ้าพนักงานฯงดหรือลดให้ได้ เว้นแต่เป็นกรณีที่อธิบดีอนุมัติให้ขยายกำหนดเวลาชำระหรือนำส่งภาษี และได้มีการชำระหรือนำส่งภาษีภายในกำหนดเวลาที่ขยายแล้ว เงินเพิ่มจะลดลงมาเหลือเพียงกึ่งหนึ่ง
2.5 ขอคัดเอกสารหรือขอสำเนาเอกสาร
ผู้เสียภาษีมีสิทธิขอคัดเอกสารหรือขอสำเนาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเสียภาษีของตนเองได้ เช่น ขอคัดสำเนาแบบแสดงรายการภาษีของตนเอง หรือใบเสร็จรับเงินค่าภาษีแต่ละประเภทที่เป็นของตนเอง เป็นต้น
วางแผนบัญชี ภาษี
1. ส่วนงานการเงิน มี หน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับ การวางแผนกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในของส่วนงาน งานรับเงิน งานจ่ายเงิน และตรวจสอบเอกสารตามข้อบังคับว่าด้วยการรับจ่าย และเก็บรักษาเงิน ตลอดจนการบริหารเพื่อการลงทุนใน ตราสารทางการเงิน การจัด ให้มีระบบควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน ส่วนงานการเงิน แบ่งออกเป็น 3 งาน ดังนี้
1.1 งานรับเงิน มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับ
-
การวางแผนกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในของงาน
-
รับชำระเงิน และติดตามหลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานต่าง ๆ
-
เก็บรักษาเงินสด ตั๋วเงิน ตราสารทางการเงิน ต้นฉบับสัญญาต่างๆ และเอกสารทางการเงิน
-
ออกหลักฐานการรับเงิน และบันทึกบัญชี
-
จัดทำรายงานการรับเงินประจำวัน และประจำเดือน
-
ลงทะเบียนควบคุมเงินยืมทดรองจ่าย
-
ลงทะเบียนควบคุมเงินรับฝากเพื่อเป็นข้อมูลให้งานตรวจจ่าย และงานบัญชีตรวจสอบก่อนคืนเงินรับฝาก
-
จัดทำประมาณการเงินสด
-
ประเมินผลการรับ และใช้จ่ายเงินของหน่วยงานตามประมาณการเงินสด
-
บริหารการเงิน เพื่อลงทุนในตราสารทางการเงิน
-
จัดทำใบโอน เพื่อปรับปรุงบัญชีเงินฝากธนาคารให้ถูกต้อง
-
ปฏิบัติงานสารบรรณ การเบิกจ่ายพัสดุ ควบคุมงบประมาณของส่วนงานการเงิน
-
ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย
1.2 งานจ่ายเงิน มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับ
-
การวางแผนกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในของงาน
-
จ่ายเงินให้ถูก ต้องตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ ข้อผูกพัน และ นิติกรรมสัญญาต่างๆ ซึ่ง ผ่านการตรวจสอบถูกต้องแล้วภายในกำหนด และภายในรอบระยะเวลาบัญชี
-
ลงบันทึกรายการจ่ายเงิน จัดทำรายงานการรับ – จ่ายเงินประจำวัน
-
ควบคุมการเบิก – ถอน เงินสด เงินฝากธนาคาร และเช็ค
-
จัดทำรายงานเงินสดและเงินฝากธนาคารคงเหลือประจำวัน
-
กำหนดรหัสบัญชีเงินฝากธนาคาร
-
จัดทำใบโอนเพื่อปรับปรุงบัญชีเงินฝากธนาคารให้ถูกต้อง
-
ออกหนังสือรับรองภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
-
จัดทำรายงานภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
-
นำส่งภาษีทุกประเภทให้กรมสรรพากร
-
เปิด – ปิดบัญชี และโอนเงินบัญชีเงินทุนหมุนเวียนหน่วยงานในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
-
ติดตามให้มีผู้มารับเงิน
-
ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย
1.3 งานตรวจจ่าย มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับ
-
การวางแผนกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในของงาน
-
ตรวจเอกสารการ เบิก – จ่ายเงินให้ถูกต้องตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ ข้อผูกพัน และนิติกรรมสัญญาต่าง ๆ ซึ่งเจ้าของงานได้ตรวจสอบรับรองความถูกต้องแล้ว
-
ตรวจเอกสารการเบิก – จ่ายเงินบัญชีองค์การคลังสินค้า และโครงการอื่น ๆ ให้ทันตามกำหนดช่วงระยะเวลาการปิดบัญชี
-
รายงานเอกสารค้างจ่าย ณ วันสิ้นปีงบประมาณ
-
บันทึกการจ่ายคืนบัญชีเงินรับฝากในทะเบียนควบคุมเงินรับฝาก
-
ตรวจเอกสารการนำส่งภาษีทุกประเภท เพื่อนำส่งให้กรมสรรพากร
-
ตรวจเอกสารงบรับ – จ่าย บัญชีเงินทุนหมุนเวียนให้ถูกต้องพร้อมทั้งบันทึกรายการปรับปรุงบัญชี ตามที่เจ้าของงานได้ตรวจสอบรับรองความถูกต้องตามหลักเกณฑ์ และวิธีปฏิบัติที่กำหนด
-
ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย
2. ส่วนงานการบัญชี มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับ
การวางแผนกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในของส่วนงาน
งานจัดวางระบบบัญชี จัดทำงบการเงิน
และวิเคราะห์งบการเงิน ควบคุมบัญชีสินค้าและบัญชีลูกหนี้
ตลอดจนจัดให้มีระบบการควบคุมภายใน และการบริหารความเสี่ยง
ตามระเบียบว่าด้วยการบัญชีและการเงินของรัฐวิสาหกิจและหลักการบัญชีที่
รับรองทั่วไป ส่วนงานการบัญชี แบ่งออกเป็น 3 งาน ดังนี้
2.1 งานบัญชี มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับ
-
การวางแผนกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในของงาน
-
วางระบบและกำหนดรหัสบัญชีทุกประเภท ยกเว้น บัญชีที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ถาวร ลูกหนี้และเงินฝากธนาคาร
-
จัดทำบัญชีแสดง ฐานะการเงินขององค์การคลังสินค้า และทุกงบการเงินที่องค์การคลังสินค้ารับผิดชอบ รวมทั้งงบการเงินกองทุนต่าง ๆ ตามกำหนดช่วงระยะเวลา รายเดือน รายไตรมาสและรายปี
-
ปรับปรุงบัญชีทุกรายการที่เกี่ยวข้องกับงบการเงิน ยกเว้นรายการที่เกี่ยวกับเงินฝากธนาคาร และบัญชีลูกหนี้
-
เก็บรักษาเอกสารสำคัญต่างๆ ทางบัญชี และทำลายเอกสารตามระเบียบปฏิบัติของทางราชการ
-
ประสานงานกับผู้สอบบัญชี สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
-
วางระบบจัดทำบัญชีต้นทุนกิจกรรม และบัญชีต้นทุนของหน่วยงาน
-
วิเคราะห์งบการเงินทุกงวดที่มีการปิดบัญชี เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจของผู้บริหาร
-
จัดทำรายงานผลการดำเนินงานเสนอคณะกรรมการองค์การคลังสินค้าทุกไตรมาส และทุกปี โดยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
-
จัดทำงบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคารทุกบัญชีที่องค์การคลังสินค้ารับผิดชอบ
-
บันทึกการจ่ายคืนบัญชีเงินรับฝากในทะเบียนควบคุมเงินรับฝาก
-
จัดทำรายงานการรับ – จ่ายเงินประจำวัน และประจำเดือน
-
ตรวจสอบรายงานภาษีทุกประเภทกับเอกสารการบันทึกบัญชี
-
ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย
2.2 งานบัญชีสินค้า มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับ
-
การวางแผนกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในของงาน
-
วางระบบบัญชีสินค้า ตรวจสอบข้อมูลและจัดทำบัญชีสินค้าในคลังสินค้าทุกแห่ง
-
เก็บรักษาเอกสารสำคัญต่าง ๆ ทางบัญชีสินค้าและทำลายเอกสารตามระเบียบปฏิบัติของทางราชการ
-
รายงานยอดสินค้าคงเหลือทุกเดือน
-
ตีราคาสินค้าคงเหลือ ณ วันสิ้นปีงบประมาณ
-
จัดทำรายงานสินค้าค้างจ่ายประจำปี
-
จัดทำคำสั่งแต่ง ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบสินค้าคงเหลือประจำงวดครึ่งปี และงวดสิ้นปี งบประมาณ ตามระเบียบ อคส.ว่าด้วยการรับ – จ่าย และเก็บรักษาสินค้า
-
รวบรวมรายงานการตรวจสอบสินค้าคงเหลือ ของคณะกรรมการตรวจสอบสินค้าคงเหลือ
-
สอบยอดบัญชีสินค้าคงเหลือ กับรายงานการตรวจสอบสินค้าคงเหลือ ของคณะกรรมการตรวจสอบสินค้าคงเหลือ
-
ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย
2.3 งานบริหารลูกหนี้ มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับ
-
การวางแผนกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในของงาน
-
กำหนดรหัสบัญชีลูกหนี้
-
จัดทำทะเบียนคุมยอดลูกหนี้รายตัวทุกประเภท (ยกเว้นลูกหนี้เงินกู้สวัสดิการ)
-
จัดทำรายงานอายุลูกหนี้รายเดือน
-
ตรวจสอบหนี้ที่ ถึงกำหนดระยะเวลาชำระหนี้ เพื่อออกหนังสือทวงหนี้เร่งรัดให้ชำระเงิน แล้วแจ้งให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องที่เกี่ยวข้องรับทราบเพื่อติดตามทวงถามอีก ทางหนึ่ง
-
คำนวณดอกเบี้ยและค่าปรับ ลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระเงิน
-
ปรับปรุงรายการบัญชีที่เกี่ยวข้องกับลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น ๆ
-
บันทึกบัญชีค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
-
ขออนุมัติคณะกรรมการองค์การคลังสินค้าเพื่อจำหน่ายบัญชีลูกหนี้
-
จัดทำรายละเอียดลูกหนี้ค้างชำระทุกรอบระยะเวลาที่ต้องปิดงบการเงิน
-
เก็บรักษาเอกสารสำคัญต่าง ๆ ทางบัญชีลูกหนี้และทำลายเอกสารตามระเบียบปฏิบัติของทางราชการ
-
ปฏิบัติงานสารบรรณ การเบิกจ่ายพัสดุ ควบคุมงบประมาณของส่วนงานการบัญชีและสำนักการเงินและการบัญชี
-
ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย
รูปแบบใบกำกับภาษีใหม่ 2557
กรมสรรพากรได้มี ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 197 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2557
กำหนดให้มีข้อความเพิ่มเติมใน
ใบกำกับภาษีรายงานภาษีซื้อ ภาษีขาย โดยมีส่วนที่จะต้องเพิ่มเติมในรายงานที่สองหลักๆ ดังนี้
“ใบกำกับภาษี” ให้เพิ่มข้อความ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ สถานประกอบการของผู้ซื้อว่าเป็นสำนักงานใหญ่
หรือสาขา ถ้าเป็นสาขาให้ระบุลำดับที่ด้วย
“รายงานภาษีซื้อ “ให้เพิ่ม เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขาย สถานประกอบการของผู้ขายว่าเป็นสำนักงานใหญ่ หรือ สาขา
ถ้าเป็นสาขาให้ระบุลำดับที่ของสาขาด้วย
“รายงานภาษีขาย “ให้เพิ่มเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ สถานประกอบการของผู้ซื้อว่าเป็นสำนักงานใหญ่ หรือ สาขา
ถ้าเป็นสาขาให้ระบุลำดับที่ของสาขาด้วย
ผู้ประกอบการจะต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไขใบกำกับภาษี และ รายงานตามที่อธิบดีกำหนดตั้งแต่ 1 มกราคม 2557 เป็นต้นไป
(ใบกำกับภาษีรูปแบบใหม่จะเริ่มใช้ 1 มกราคม 2557 ส่วนรายงานภาษีซื้อ รายงานภาษีขาย ที่จะต้องใช้ตามรูปแบบใหม่เดือนแรก
คือ 15 กุมภาพันธ์ 2557 ซึ่งก็คือ รายงานของเดือนมกราคม 2557 นั่นเอง)
ที่มาจาก….กรมสรรพากร
ใบกำกับภาษีรายงานภาษีซื้อ ภาษีขาย โดยมีส่วนที่จะต้องเพิ่มเติมในรายงานที่สองหลักๆ ดังนี้
“ใบกำกับภาษี” ให้เพิ่มข้อความ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ สถานประกอบการของผู้ซื้อว่าเป็นสำนักงานใหญ่
หรือสาขา ถ้าเป็นสาขาให้ระบุลำดับที่ด้วย
“รายงานภาษีซื้อ “ให้เพิ่ม เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขาย สถานประกอบการของผู้ขายว่าเป็นสำนักงานใหญ่ หรือ สาขา
ถ้าเป็นสาขาให้ระบุลำดับที่ของสาขาด้วย
“รายงานภาษีขาย “ให้เพิ่มเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ สถานประกอบการของผู้ซื้อว่าเป็นสำนักงานใหญ่ หรือ สาขา
ถ้าเป็นสาขาให้ระบุลำดับที่ของสาขาด้วย
ผู้ประกอบการจะต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไขใบกำกับภาษี และ รายงานตามที่อธิบดีกำหนดตั้งแต่ 1 มกราคม 2557 เป็นต้นไป
(ใบกำกับภาษีรูปแบบใหม่จะเริ่มใช้ 1 มกราคม 2557 ส่วนรายงานภาษีซื้อ รายงานภาษีขาย ที่จะต้องใช้ตามรูปแบบใหม่เดือนแรก
คือ 15 กุมภาพันธ์ 2557 ซึ่งก็คือ รายงานของเดือนมกราคม 2557 นั่นเอง)
ที่มาจาก….กรมสรรพากร
ขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัท
ขั้นตอนการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัด นิติบุคคล
ผู้มีหน้าที่จดทะเบียนพาณิชย์ คือ บุคคลธรรมดาคนเดียว หรือหลายคน
(ห้างหุ้นส่วนสามัญ) หรือนิติบุคคล รวมทั้งนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมาย
ต่างประเทศที่มาตั้งสำนักงานสาขาในประเทศไทยซึ่งประกอบกิจการอันเป็นพาณิช
ยกิจตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด กิจการที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ออกประกาศให้ผู้ประกอบกิจการดังต่อไปนี้
ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ คือ
มีกิจการบางอย่างที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ คือ 1. การค้าเร่ การค้าแผงลอย 2. กิจการเพื่อการบำรุงศาสนาหรือเพื่อการกุศล 3. กิจการของนิติบุคคลซึ่งได้มีพระราชบัญญัติ หรือพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้น 4. กิจการของกระทรวง ทบวง กรม 5. กิจการของมูลนิธิ สมาคม สหกรณ์ 6. พาณิชยกิจซึ่งรัฐมนตรีได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ได้แก่ 1. บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญ จดทะเบียน ที่เป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยหุ้นส่วนและบริษัท และได้ยื่นแบบแสดงรายการเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของห้างหุ้นส่วนบริษัทไว้ แล้วต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท ยกเว้นบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ที่ประกอบกิจการต่อไปนี้ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ด้วยการยื่นจดทะเบียนพาณิชย์? ท่าน สามารถ Download แบบพิมพ์ ไปใช้ในการจดทะบียนได้ หรือ ขอรับแบบพิมพ์ได้ที่สำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจ และสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดทุกแห่ง การจดทะเบียนตั้งใหม่ มีเอกสารดังนี้1. คำขอจดทะเบียน : แบบ ทพ. ( Print - out 2 แผ่น ) 2. หลักฐานประกอบคำขอ 2.1 สำเนาบัตรประจำตัวของเจ้าของกิจการ หรือ หุ้นส่วนผู้จัดการ หรือ ผู้รับผิดชอบในการประกอบกิจการในประเทศในกรณีเป็นนิติบุคคลต่างประเทศการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง มีเอกสารดังนี้ 1. คำขอจดทะเบียน : แบบ ทพ. ( Print - out 2 แผ่น ) 2. หลักฐานประกอบคำขอ 2.1 สำเนาบัตรประจำตัวของเจ้าของกิจการ หรือหุ้นส่วนผู้จัดการ หรือผู้รับผิดชอบในการประกอบกิจการในประเทศในกรณีเป็นนิติบุคคลต่างประเทศรายการที่ต้องยื่นจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง มีดังนี้1. เลิกชนิดประกอบกิจการ บางส่วน และ/หรือเพิ่มใหม่ 2. เปลี่ยนชื่อที่ใช้ในการประกอบกิจการ 3. ย้ายสำนักงานใหญ่ 4. เปลี่ยนผู้จัดการ 5. เจ้าของหรือผู้จัดการย้ายที่อยู่ 6. เพิ่มหรือลดเงินทุน 7. ย้าย เลิก หรือเพิ่มสาขา โรงเก็บสินค้า หรือตัวแทนค้าต่าง 8. อื่นๆ เช่น เจ้าของหรือผู้จัดการเปลี่ยนชื่อตัวหรือชื่อสกุล หรือรายการที่จดทะเบียนไว้ไม่ตรงตามข้อเท็จจริง หมายเหตุุ หากต้องการเปลี่ยนแปลงรายการใด ให้กรอกรายละเอียดเฉพาะรายการที่ต้องการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น การจดทะเบียนเลิก มีเอกสารดังนี้ 1. คำขอจดทะเบียน : แบบ ทพ. ( Print - out 2 แผ่น ) 2. หลักฐานประกอบคำขอ 2.1 สำเนาบัตรประจำตัวของเจ้าของกิจการ หรือหุ้นส่วนผู้จัดการ หรือผู้รับผิดชอบในการประกอบกิจการในประเทศในกรณีเป็นนิติบุคคลต่างประเทศสถานที่จดทะเบียน 1. ผู้ประกอบพาณิชยกิจที่มีสำนักงานตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ยื่นคำขอจดทะเบียนได้ที่ ส่วนจดทะเบียนธุรกิจกลาง หรือ สำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจ 1 - 7 2. ผู้ประกอบพาณิชยกิจที่มีสำนักงานตั้งอยู่ในต่างจังหวัด ยื่นคำขอจดทะเบียนได้ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือเมืองพัทยา แล้วแต่กรณี เว้นแต่พาณิชยกิจที่รัฐมนตรีกำหนดเป็นการเฉพาะ ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนได้ที่สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดที่สำนักงาน ตั้งอยู่ ยกเว้นองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ระยอง ชัยภูมิ สมุทรปราการ และนราธิวาส ซึ่งยังไม่พร้อมที่จะรับจดทะเบียนให้ยื่นคำขอจดทะเบียนได้ที่สำนักงานพัฒนา ธุรกิจการค้าจังหวัด หรืออำเภอหรือกิ่งอำเภอที่สำนักงานตั้งอยู่ พาณิชยกิจที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดเป็นการเฉพาะให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกรม พัฒนาธุรกิจการค้า มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ - ขาย ให้เช่า ผลิต หรือรับจ้างผลิต แผ่นซีดี แถบบันทึก วีดิทัศน์ แผ่นวีดิทัศน์ ดีวีดี หรือแผ่นวีดิทัศน์ระบบดิจิทัล เฉพาะที่เกี่ยวกับการบันเทิงค่าธรรมเนียม
แหล่งที่มา : http://www.tapakom.com/registration-step.html |
เครื่องหมายการค้า
เครื่องหมายการค้า
|
||
เครื่องหมายการค้า หมายถึง
เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์หรือตราที่ใช้กับสินค้าหรือบริการ มี 4 ประเภท
ดังต่อไปนี้
ขั้นตอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เนื่องจากระยะเวลากว่าที่เครื่องหมายการค้านั้นจะได้รับการจดทะเบียนใช้ระยะเวลานาน ซึ่งผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนอาจจำเป็นจะต้องใช้เครื่องหมายการค้านั้นในช่วงระยะเวลาที่เครื่องหมายการค้านั้นยังไม่ได้อนุมัติให้จดทะเบียน ดังนั้น เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอมั่นใจในระดับหนึ่งว่า เครื่องหมายการค้านั้น จะไม่ถูกฟ้องร้องจากเจ้าของเครื่องหมายการค้าอื่นที่ได้รับการจดทะเบียนแล้ว และมีความเป็นไปได้สูงที่เครื่องหมายการค้านั้น จะได้รับการจดทะเบียน ดังนั้น ขั้นตอนต่อไปนี้ จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก
ระยะเวลากว่าที่เครื่องหมายการค้าจะได้รับการอนุมัติให้จดทะเบียน ห
ระยะเวลาคุ้มครองเมื่อเครื่องหมายการค้าได้รับการจดทะเบียนแล้ว
| ||
แหล่งที่มา: http://www.friendaccountancy.com/content.php?id=34
วันจันทร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2557
ติดต่อเรา
บริษัท บุศราคัมการบัญชี จำกัด
473/103 ซ.จรัญสนิทวงศ์35 แยก 4 แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กทม 10700
E-mail budsarakum01@gmail.com
Facebook nukbunche Line buacc
ติดต่อ คุณฝ้าย (ผู้จัดการบัญชี) 062-4593641
คุณเจ็ง (หัวหน้าฝ่ายบัญชี) 062-3597942
คุณกี (ฝ่ายการเงิน โปรแกรมPEAK) 089-7694159
คุณเอ็ม (ฝ่ายทะเบียน) 090-9718988
แผนที่
บริการคัดเอกสาร
บริษัท บุศราคัมการบัญชี จำกัด เราให้บริการคัดหนังสือรับรอง และเอกสารชนิดอื่นๆ ที่คัดจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานระกันสังคม กรมสรรพากร ซึ่งเรามีพนักงานสามารถไปคัดเอกสารให้ลูกค้าได้ทุกวันทำการและสามารถ scan ส่งเอกสารให้กับลูกค้าได้ด้วยความรวดเร็ว หลังจากที่ลูกค้าได้โอนเงินค้าบริการให้กับเรา
- ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลาไปคัดหนังสือรับรอง
- ลูกค้าไม่ต้องเบื่อกับการเดินทางไปคัดหนังสือรับรอง
- เราให้บริการรวดเร็วให้บริการคัดเอกสารในเขตพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล
เราไม่เพียงแต่ให้บริการคัดเอกสารเท่านั้น ลูกค้าจะได้รับความสะดวกสบาย และบริการที่ประทับใจจากทางบริษัท เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการคัดเอกสาร แต่ไม่มีเวลาในการดำเนินการเอง อีกทั้งเราให้บริการรวดเร็วให้บริการคัดเอกสารในเขตพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล
บริการงานคัดเอกสาร
- คัดเอกสารกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เช่น หนังสือรับรอง บอจ5 บริคณห์สนธิ ตราประทับ และอื่นๆ
- คัดเอกสารกรมสรรพากร เช่น ภงด50 ภงด51 ภงด1 ภงด3 ภงด53 พ30 งบการเงิน และอื่นๆ
- คัดเอกสารสำนักงานประกันสังคม เช่น แบบ สปส ใบเสร็จประกันสังคม
ระยะเวลาในการดำเนินการ
- ถ้าสั่งคัดเอกสารกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ก่อน 10.00 น. ได้รับเอกสารสแกน ภายใน 15.00 น. และจะดำเนินการส่งตัวจริงให้ทางไปรณีย์
- ถ้าสั่งคัดเอกสารกรมสรรพากร หรือเอกสารสำนักงานประกันสังคม (ต้องทำเรื่องมอบอำนาจในการดำเนินการแทน) ระยะเวลา 1-3 วัน ขึ้นอยู่กับความพร้อมทางด้านเอกสารทางลูกค้า
บริการงานจดทะเบียน
บริษัท บุศราคัมการบัญชี จำกัด ให้บริการงานทะเบียนในเขตพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัด ทางบริษัทมีพนักงานรับ-ส่งเอกสาร ไปหาลูกค้าถึงที่บ้านเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าทุกคน
โดยลูกค้าจะได้รับความสะดวกสบาย และบริการที่ประทับใจจากทางบริษัท เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการจะจดทะเบียนบริษัท แต่ไม่มีเวลาในการดำเนินการเอง หรือ ยังไม่เข้าใจขั้นตอนเกี่ยวกับการจดทะเบียนบริษัท, ไม่ทราบเกี่ยวกับเรื่องของเอกสารที่ต้องใช้ในการจดเบียนบริษัท หรือ เรื่องอื่นๆ อีก เนื่องจาก ขั้นตอนและเอกสารที่จำเป็นต้องใช้ในการจดทะเบียนบริษัทนั้น ค่อนข้างจะยุ่งจากและซับซ้อน
ทำไมต้องใช้บริการจากเรา
เราไม่เพียงแต่ให้บริการจดทะเบียนเท่านั้น เรายังให้คำปรึกษาทุกอย่างที่เกี่ยวกับการจัดตั้งบริษัทโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านบัญชีและภาษี ลูกค้าสามารถสอบถามเกี่ยวกับการเปิดบริษัท เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการจดทะเบียน
บริการงานทะเบียน
- จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด
- จดเปลี่ยนแปลงกรมพัฒนาธุรกิจฯ เช่น ย้ายสถานประกอบการ เปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น เปลี่ยนแปลงกรรมการ แก้ไขชื่อบริษัท เพิ่มทุนจดทะเบียน และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
- จดทะเบียนเลิกและชำระบัญชี บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด
- ขึ้นทะเบียนนายจ้างสำนักงานประกันสังคม
- จดภาษีมูลค่าเพิ่มกรมสรรพากร
- จดเปลี่ยนแปลงกรมสรรพากร เช่น ย้ายสถานประกอบการ เพิ่มวัตถุประสงค์
ระยะเวลาในการดำเนินการ
ระยะเวลา 1-5 วันในการดำเนินการจดทะเบียน (ขึ้นอยู่กับความพร้อมทางด้านเอกสารของลูกค้า)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




