แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภงด51 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภงด51 แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ค่าปรับยื่น ภงด51 ล่าช้า

ข้อควรระวังสำหรับการยื่นแบบ ภ.ง.ด. 51

การยื่นแบบ ภ.ง.ด. 51 เป็นการยื่นแบบแสดงรายการภาษีครึ่งปี ซึ่งเป็นการนำส่งภาษีไว้ล่วงหน้า โดยความผิดที่อาจจะเกิดขึ้นได้สำหรับกรณีนี้นั้น มีอยู่ 2 กรณี คือ การยื่นแบบแสดงรายการล่าช้า และ การประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25
1. การยื่นแบบล่าช้า กรณีที่ไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการตามกำหนดเวลา บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องระวางโทษปรับอาญาตามมาตรา 35 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้.
1. กรณียื่นแบบแสดงรายการ ภายใน 7 วันนับตั้งแต่วันพ้นกำหนดยื่นรายการ ต้องระวางโทษปรับ 1,000 บาท
2. กรณียื่นแบบแสดงรายการหลังจาก 7 วันนับตั้งแต่วันพ้นกำหนดเวลายื่นรายการต้องระวางโทษปรับ 2,000 บาท
ถ้าหากมีเงินภาษีต้องชำระ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลยังต้องรับผิดชอบเสียเงินเพิ่มตามมาตรา 67 ตรีแห่งประมวลรัษฎากรในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน
2. การประมาณการกำไรสุทธิสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีขาดไปเกินร้อยละ 25
มาตรา 67 ตรีแห่งประมวลรัษฏากรกำหนดไว้ว่า หากกิจการประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิ โดยไม่มีเหตุอันสมควร มีผลทำให้ต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 ของจำนวนเงินภาษีที่ต้องชำระ
ตัวอย่างเช่น บริษัทได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.51) โดยประมาณการกำไรสุทธิทั้งปีไว้จำนวน 6,000,000 บาท แต่ปรากฏว่าเมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี บริษัทมีกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้จำนวน 10,000,000 บาท จากกรณีดังกล่าวบริษัทแสดงประมาณการกำไรสุทธิทั้งปีตามแบบ ภ.ง.ด. 50 ต่ำกว่ากำไรสุทธิจริงที่ได้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 เมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีไปจำนวน 4,000,000 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 40 ซึ่งถือว่าบริษัทฯได้ประมาณการขาดไปเกินกว่าร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิตามแบบ ภ.ง.ด.50
อย่างไรก็ตามประมวลรัษฏากรมีบทอนุโลมเพื่อลดหย่อนกรณีประมาณการกำไรขาดเกินไว้ นั่นคือ คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 50/2537 ได้ระบุไว้ว่า ถ้าหากกิจการสามารถเลือกที่จะประมาณการกำไรสุทธิและยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีครึ่งปีไว้ “ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง” ของภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบระยะเวลาบัญชีที่แล้ว กรณีดังกล่าวจะถือว่าเป็นกรณีที่มีเหตุอันสมควร และถ้าหากกิจการทำได้เพียงเท่านี้ก็ไม่มีปัญหาที่ต้องโดนเบี้ยปรับเงินเพิ่มและยื่นคำร้องขอพิจารณาลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มย้อนหลังอีกต่อไป
ตัวอย่างเช่น บริษัทแห่งหนึ่งได้ยื่นภาษีเงินได้สำหรับรอบบัญชีปี 2556 ไว้จำนวน 5,000,000 บาท ดังนั้นในปี 2557 บริษัทฯ ดังกล่าวต้องยื่นชำระภาษีครึ่งปีของไว้ไม่ต่ำกว่า 2,500,000 บาท ถึงแม้ว่าจะประมาณการกำไรสุทธิขาดเกินไปกว่าร้อยละ 25 ก็ถือว่าเป็นเหตุอันสมควร เพราะเสียภาษีไว้ไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของ 5,000,000 บาท

การคำนวณ “เงินเพิ่ม” เมื่อประมาณการกำไรสุทธิขาดเกินไปกว่าร้อยละ 25

ตัวอย่างเช่น บริษัท SMEs มีทุนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าจำนวน 25 ล้านบาท มีกึ่งหนึ่งของประมาณการกำไรสุทธิที่ต้องเสียภาษีคือ 2,500,000 บาท (จากประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 5,000,000 บาท) ดังนั้นภาษีที่คำนวณได้และต้องยื่นแบบแสดงรายการก็คือก็คือ 405,000 บาทเนื่องจากกิจการดังกล่าวได้รับยกเว้นกำไรสุทธิ 300,000 บาทแรกตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากรฉบับที่ 564
เมื่อถึงวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี ปรากฎว่าบริษัทฯมีกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นจริงจำนวน 10,000,000 บาท นั่นหมายความว่า บริษัทฯได้ประมาณการขาดเกินไปถึงร้อยละ 50 ซึ่งมากกว่าร้อยละ 25 ดังนั้นวิธีการคำนวณเงินเพิ่มจะเป็นดังนี้
1. กำไรสุทธิตาม ภ.ง.ด.50 = 10,000,000 บาททำให้บริษัทฯมีกึ่งหนึ่งของกำไรสุทธิ = 5,000,000 บาท
2. คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลตามอัตราที่กฎหมายกำหนด รวมภาษีที่คำนวณได้ 905,000.00
3. ดังนั้นภาษีที่ยื่นขาดไปจำนวน (905,000 – 405,000) = 500,000 บาท มีผลให้บริษัทต้องเสียเงินเพิ่ม 20 % ของภาษีที่ชำระขาดไป (500,000 x 20%) คือ = 100,000 บาท

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เบี้ยปรับเงินเพิ่ม (สรรพากร)

เบี้ยปรับเงินเพิ่ม 
1.  ค่าปรับอาญา กรณีไม่ได้ยื่นแบบ  ภพ30  (ไม่เคยยื่นแบบมาก่อน) 
-  กำหนดการยื่นแบบ  ภพ.30  ทุกวันที่  15  ของเดือนถัดไป
-  กรณียื่นแบบเกินกำหนดเวลา  แต่ไม่เกิน  7  วัน  ปรับ  300 บาท
-  กรณียื่นแบบเกินกำหนดเวลา  และเกิน  7  วัน  ปรับ  500  บาท

2.  เงินเพิ่ม
-  คิดในอัตราร้อยละ  1.5  ต่อเดือน  ของภาษีที่ต้องชำระทั้งสิ้น  (เศษของเดือนนับเป็น  1  เดือน)
-  กรณีไม่มีภาษีที่ต้องเสีย  ก็ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม  แต่จะเสียค่าปรับอาญากรณีไม่ได้ยื่นแบบเท่านั้น

3.  เบี้ยปรับ  คิดเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 2  ถึง  ร้อยละ 20
-  กรณียื่นเพิ่มเติม  (ต้องมีการยื่นแบบปกติมาก่อนถึงจะยื่นเพิ่มเติมได้)
                ถ้าชำระภายใน  1-15  วัน  คิดค่าเบี้ยปรับในอัตรา  2%
                ถ้าชำระภายใน  16-30  วัน  คิดค่าเบี้ยปรับในอัตรา  5%
                ถ้าชำระภายใน  31-60  วัน  คิดค่าเบี้ยปรับในอัตรา  10%
                ถ้าชำระภายใน  60  วันไปแล้ว  คิดค่าเบี้ยปรับในอัตรา  20%
 
-  กรณีไม่เคยยื่นแบบมาก่อน  (อาจจะลืมยื่น  หรือเงินไม่พอจ่ายเลยไม่ยื่น)
                ถ้าชำระภายใน  1-15  วัน  คิดค่าเบี้ยปรับในอัตรา  2%  *2 เท่า
                ถ้าชำระภายใน  16-30  วัน  คิดค่าเบี้ยปรับในอัตรา  5%  *2 เท่า
                ถ้าชำระภายใน  31-60  วัน  คิดค่าเบี้ยปรับในอัตรา  10%  *2 เท่า

                ถ้าชำระภายใน  60  วันไปแล้ว  คิดค่าเบี้ยปรับในอัตรา  20%  *2 เท่า

ตอบปัญหาบัญชีภาษีอากร (เรื่องภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย นำมาหักภาษีในแต่ละเดือนได้หรือไม่)

ตอบปัญหาบัญชีภาษีอากร 

เรื่อง  ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย นำมาหักภาษีในแต่ละเดือนได้หรือไม่

คำถาม  :

ขอสอบถามเพิ่มเติมค่ะ
สำหรับในส่วน ของการหักภาษี ณ ที่จ่าย ที่ทางบริษัทฯ ถูกหักไป 3% จำนวน 2 รายการตามเอกสารแนบ
ไม่สามารถนำมาหักภาษีในแต่ละเดือนได้หรอค่ะ


คำตอบ :

ใบถูกหัก  3%  เราไม่สามารถนำมาหัก  ภาษีขายในแต่ละเดือนได้

เงื่อนไขการนำส่ง  ภพ30  คือ  ภาษีขาย-ภาษีซื้อ  เป็นภาษีที่ต้องนำส่ง

ใบถูกหัก  3%  นั้น  ไม่ใช่ภาษีซื้อจึงนำมาหัก  ออกจากภาษีขายไม่ได้


*****คำถามคือ  แล้วใบนี้ที่เราโดนหักไป  จะไปใช้อะไรได้บ้าง*****

สามารถนำมาใช้ได้ค่ะตอนสิ้นปี   คือ   รายได้-ค่าใช้จ่าย  เป็นกำไร

กำไรตัวนั้นหากถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี  สมมุติ  คำนวนภาษีสิ้นปีได้  50000

ใบถูกหัก 3%  ทั้งหมดที่มี  30000  ดังนั้นภาษีที่เสียสิ้นปี  คือ 20000

ซึ่งหากทางลูกค้าไม่เก็บใบถูกหักไว้  สิ้นปีก็จะไม่สามารถ  ใช้ใบถูกหักมาลบกับภาษี

สิ้นปีได้ค่ะ  (เพราะถือว่าไม่มีเอกสาร  ดังนั้น  ควรเก็บให้ครบทุกใบค่ะ)


*****ภาษีทำไมมีหลายตัว****  ภาษีจะแบ่งเป็น 2 ส่วน

ภาษีที่เราจะต้องนำส่งรายเดือน

1. ภพ30  ภาษีขาย7%  ที่เราเรียกเก็บจากลูกค้ามา  ภาษีตัวนี้  เราต้องนำส่งสรรพากร  แต่หากมีภาษีซื้อก็สามารถนำมาหัก กับภาษีขายได้  ต้องนำส่ง  ภายใน วันที่ 15 ของเดือนถัดไป
2. ภงด3,53  ภาษีหักณ ที่จ่าย  ที่เรามีการจ่ายค่าจ้างให้กับบุคคลอื่น  หากมีการจ่ายมูลค่าตั้งแต่  1000  บาทขึ้นไปต้องหัก ณ  ที่จ่าย  ตามเกณฑ์ที่ประมวลรัษฎากรกำหนด  เช่น  ค่าขนส่งหัก 1%  ค่าจ้างหัก 3%  ค่าบริการหัก3%  ค่าโฆษณาหัก2%  เป็นต้น

ภาษีที่เราจะต้องนำส่งรายครึ่งปีและสิ้นปี

1. ภงด51 ภาษีนิติบุคคล  ตามกฎหมายกำหนดให้มีการเสียภาษี เงินได้นิติบุคคล  ครึ่งปี
2. ภงด50  ภาษีนิติบุคคล ตามกฎหมายกำหนดให้มีการเสียภาษี เงินได้นิติบุคคล  ปลายปี

ดังนั้น  ภาษีถูกหัก 3%  ที่ทางลูกค้าถามมานั้นจึงมาใช้หัก  กับตอนกลางปีและสิ้นปีได้ค่ะ


หากลุกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถ  Email  สอบถามเราได้ค่ะ budsarakum01@gmail.com  เราจะตอบปัญหาที่ข้องใจให้ทุกท่านค่ะ  และนำมาเผยแพร่เพื่อเป็นความรู้และประโยชน์แก่ท่านอื่นๆต่อไปค่ะ

ส่วนท่านใดต้องการตัดปัญหาการยื่นภาษีตกหล่น  สามารถเรียกใช้บริการเราได้ค่ะยินดีให้บริการ 
(ราคาไม่แพงค่ะ)  

วันจันทร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2557

บริการจัดทำบัญชี




           ด้วยประสบการณ์ทำงานกว่า 8 ปี ผ่านการร่วมงานกับลูกค้าหลายร้อยราย บริษัท บุศราคัมการบัญชี จำกัด ได้มีการพัฒนาระบบการทำงานทางด้านรับทำบัญชีให้กับลูกค้าอยู่ตลอดระยะเวลา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาด้วยความเป็นมืออาชีพของบริษัทฯ ลูกค้าที่ใช้บริการรับทำบัญชีกับเราไม่เคยมีลูกค้ารายไหนโดยสรรพากรประเมินภาษีเนื่องจากความผิดพลาดของการทำบัญชี นอกจากนี้เราจะยังเป็นที่ปรึกษาด้านบัญชีและภาษี รวมถึงระบบการทำงานด้านต่างๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการลดภาระความกังวลเกี่ยวกับด้านบัญชีและภาษี นำเวลาไปมุ่งหารายได้เพิ่มเข้าสู่กิจการ

          ธุรกิจที่เรามีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ ได้แก่ธุรกิจซื้อมาขายไป, ธุรกิจบริการ, ธุรกิจผลิต, ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง, ธุรกิจร้านอาหาร เป็นต้น


ทำไมผู้ประกอบการต้องจัดทำบัญชี

          การทำบัญชี นอกจากกฎหมายจะกำหนดให้ทุกบริษัทต้องมีการจัดทำบัญชีทุกเดือน และส่งงบการเงินไม่น้อยกว่าปีละ 1 ครั้ง แล้ว ประโยชน์ของการทำบัญชีก็เพื่อให้บริษัทได้รู้ว่าผลการดำเนินงานของบริษัทมีผลประกอบการ กำไร หรือ ขาดทุน เท่าไหร่ บริษัทที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่จะมีการปิดบัญชีทุกเดือน นำผลประกอบการที่ได้มาวิเคราะห์ เพื่อปรับปรุงการทำงานของบริษัทให้ดียิ่งขึ้น

          การทำบัญชีจะยื่นภาษีให้ถูกต้องตามสมควร เป็นหน้าที่ของพลเมืองดีทุกคน นอกจากนี้ถ้าเราทำบัญชีดี เสียภาษีถูกต้อง เราจะลดความกังวลเกี่ยวกับสรรพากร ต่อไปจะไม่ต้องกลัวสรรพากรมาเยี่ยม


ทำไมควรจ้างสำนักงานบัญชีจัดทำบัญชี

          จ้างบริษัทรับทำบัญชีมีค่าใช้จ่ายที่ถูกมาก เมื่อเทียบกับการจ้างพนักงานบัญชีประจำบริษัท
สำนักงานบัญชีมีความเชี่ยวชาญในด้านการจัดทำบัญชี และการยื่นภาษี ทำให้ลดความเสี่ยงจากการทำบัญชีผิดพลาด  ผู้บริหารไม่ต้องแบ่งเวลามาปวดหัวกับเรื่องบัญชีและภาษี จะได้มีเวลามากขึ้นเพื่อไปหารายได้เข้าบริษัท


บริการบัญชี (รายเดือน)
  • ให้คำปรึกษาแนะนำด้านบัญชี-ภาษี และระบบการจัดเก็บเอกสารที่จำเป็นในบันทึกบัญชี 
  • ขึ้นทะเบียนรับรองเป็นผู้ทำบัญชีตามที่กฏหมายกำหนดไว้ 
  • จัดทำสมุดบัญชีรายวัน บัญชีแยกประเภท รวมถึงรายงานทางบัญชีต่าง ๆ ครบถ้วนในมาตรฐานที่กรมสรรพากรกำหนด 
  • บันทึกระบบบัญชีด้วย Software ที่ได้มาตรฐานของกรมสรรพากร 
  • จัดทำและยื่นภาษีเงินได้พนักงานหัก ณ ที่จ่าย (ภงด.1) 
  • จัดทำ และยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย (ภงด.3) 
  • จัดทำและยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย (ภงด.53) 
  • จัดทำและยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม – VAT (ภพ.30) 
  • จัดทำรายงานภาษีซื้อและรายงานภาษีขายประจำเดือน 
  • จัดทำและยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลกลางปี (ภงด.51) และภาษีเงินได้นิติบุคคลสิ้นปี (ภงด.50) 
  • จัดทำ และยื่นแบบนำส่งงบการเงินต่อกระทรวงพาณิชย์ (สบช.3) 
  • จัดทำ และยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่ายพนักงานประจำปี (ภงด.1ก) 
  • ปิดงบรายปีเพื่อนำส่งผู้ตรวจสอบบัญชี พร้อมจัดทำข้อมูลประกอบงบการเงินครบถ้วนได้แก่ ลูกหนี้ เจ้าหนี้คงเหลือ งบกระทบยอดเงินฝากธนาคาร ทะเบียนทรัพย์สินและค่าเสื่อมราคา 
  • จัดหาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ได้มาตรฐานทั้ง CPA และ TA 

บริการบัญชี (รายปี)

          บริษัทรับทำบัญชีรายปีเหมาะสำหรับลูกค้าที่มีความรู้เพียงพอในการยื่นภาษีและประกันสังคมเองในแต่ละเดือน และจ้างสำนักงานบัญชีบันทึกบัญชีและปิดงบการเงินทีเดียวตอนสิ้นปี ทางสำนักงานบริษัทของเราก็มีการให้บริการในส่วนนี้ โดยเราจะทำการตรวจสอบแบบการยื่นภาษีของลูกค้าใหม่ทุกเดือนถ้าพบว่ามีการยื่นปิดก็จะทำใบปรับปรุงไปให้กับลูกค้าเพื่อไปยื่นภาษีเพิ่มเติมกับทางกรมสรรพากร บริการรับทำบัญชีรายปีจะมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่ารับทำบัญชีรายเดือน เนื่องจากลูกค้าแบ่งเบาภาระการยื่นภาษีในแต่ละเดือนให้กับสำนักงานบัญชี 
  • ขึ้นทะเบียนรับรองเป็นผู้ทำบัญชีตามที่กฏหมายกำหนดไว้ 
  • จัดทำสมุดบัญชีรายวัน บัญชีแยกประเภท รวมถึงรายงานทางบัญชีต่าง ๆ ครบถ้วนในมาตรฐานที่กรมสรรพากรกำหนด 
  • บันทึกระบบบัญชีด้วย Software ที่ได้มาตรฐานของกรมสรรพากร 
  • จัดทำและยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลกลางปี (ภงด.51) และภาษีเงินได้นิติบุคคลสิ้นปี (ภงด.50) 
  • จัดทำ และยื่นแบบนำส่งงบการเงินต่อกระทรวงพาณิชย์ (สบช.3) 
  • ปิดงบรายปีเพื่อนำส่งผู้ตรวจสอบบัญชี พร้อมจัดทำข้อมูลประกอบงบการเงินครบถ้วนได้แก่ ลูกหนี้ เจ้าหนี้คงเหลือ งบกระทบยอดเงินฝากธนาคาร ทะเบียนทรัพย์สินและค่าเสื่อมราคา 
  • จัดหาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ได้มาตรฐานทั้ง CPA และ TA 

ข้อมูลเบื้องต้นให้สำหรับเตรียมทำฐานข้อมูล 
  • ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน บริษัท คณะบุคคล หนังสือรับรอง และเอกสารแนบ ฯ
  • บอจ.5 สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น กรณี เป็นบริษัท ฯ
  • บัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ. 20) ภ.พ.01ภ.พ.09 แล้วแต่กรณี
  • รายละเอียดของสัญญาต่าง ๆ ถ้ามี
  • รายละเอียดของสินค้า กลุ่มสินค้า หรือขั้นตอนการผลิตสินค้า ถ้าเป็นผู้ผลิตสินค้า

เอกสารที่ใช้สำหรับการทำบัญชี
  • เอกสารประกอบรายการขาย เช่น ใบกำกับภาษี ใบส่งของ ใบเสร็จรับเงิน
  • เอกสารประกอบรายการซื้อ เช่น ใบกำกับภาษี ใบส่งของ ใบเสร็จรับเงิน ใบแจ้งหนี้
  • เอกสารเกี่ยวกับการจ่ายเงินที่ไม่มีภาษีซื้อ เช่น ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ค่าเช่า ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
  • เอกสารการจ่ายเงินเดือนพนักงานประจำเดือน หรือตามที่บริษัท ฯจะดำเนินการ
  • เอกสารการรับเงินจากลูกค้า เช่น ใบสำคัญรับ หรือใบนำฝากธนาคาร (Pay in slip)
  • เอกสารประกอบการจ่ายเงินให้เจ้าหนี้ เช่น ใบสำคัญจ่าย หรือใบถอนเงินจากธนาคาร
  • Bank Statement สำหรับบัญชีกระแสรายวัน และสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของกิจการ
  • ใบเสร็จพร้อมแบบ ภ.พ.30 ภงด.1 ภงด.3 ภงด.53 และประกันสังคม
  • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย เช่น ภงด.3 ภงด.53 (ในกรณีจ่ายเงิน หรือในกรณีรับเงิน)

Disqus Shortname

Comments system