แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ค่าปรับ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ค่าปรับ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ค่าปรับยื่น ภงด51 ล่าช้า

ข้อควรระวังสำหรับการยื่นแบบ ภ.ง.ด. 51

การยื่นแบบ ภ.ง.ด. 51 เป็นการยื่นแบบแสดงรายการภาษีครึ่งปี ซึ่งเป็นการนำส่งภาษีไว้ล่วงหน้า โดยความผิดที่อาจจะเกิดขึ้นได้สำหรับกรณีนี้นั้น มีอยู่ 2 กรณี คือ การยื่นแบบแสดงรายการล่าช้า และ การประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25
1. การยื่นแบบล่าช้า กรณีที่ไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการตามกำหนดเวลา บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องระวางโทษปรับอาญาตามมาตรา 35 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้.
1. กรณียื่นแบบแสดงรายการ ภายใน 7 วันนับตั้งแต่วันพ้นกำหนดยื่นรายการ ต้องระวางโทษปรับ 1,000 บาท
2. กรณียื่นแบบแสดงรายการหลังจาก 7 วันนับตั้งแต่วันพ้นกำหนดเวลายื่นรายการต้องระวางโทษปรับ 2,000 บาท
ถ้าหากมีเงินภาษีต้องชำระ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลยังต้องรับผิดชอบเสียเงินเพิ่มตามมาตรา 67 ตรีแห่งประมวลรัษฎากรในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน
2. การประมาณการกำไรสุทธิสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีขาดไปเกินร้อยละ 25
มาตรา 67 ตรีแห่งประมวลรัษฏากรกำหนดไว้ว่า หากกิจการประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิ โดยไม่มีเหตุอันสมควร มีผลทำให้ต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 ของจำนวนเงินภาษีที่ต้องชำระ
ตัวอย่างเช่น บริษัทได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.51) โดยประมาณการกำไรสุทธิทั้งปีไว้จำนวน 6,000,000 บาท แต่ปรากฏว่าเมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี บริษัทมีกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้จำนวน 10,000,000 บาท จากกรณีดังกล่าวบริษัทแสดงประมาณการกำไรสุทธิทั้งปีตามแบบ ภ.ง.ด. 50 ต่ำกว่ากำไรสุทธิจริงที่ได้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 เมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีไปจำนวน 4,000,000 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 40 ซึ่งถือว่าบริษัทฯได้ประมาณการขาดไปเกินกว่าร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิตามแบบ ภ.ง.ด.50
อย่างไรก็ตามประมวลรัษฏากรมีบทอนุโลมเพื่อลดหย่อนกรณีประมาณการกำไรขาดเกินไว้ นั่นคือ คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 50/2537 ได้ระบุไว้ว่า ถ้าหากกิจการสามารถเลือกที่จะประมาณการกำไรสุทธิและยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีครึ่งปีไว้ “ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง” ของภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบระยะเวลาบัญชีที่แล้ว กรณีดังกล่าวจะถือว่าเป็นกรณีที่มีเหตุอันสมควร และถ้าหากกิจการทำได้เพียงเท่านี้ก็ไม่มีปัญหาที่ต้องโดนเบี้ยปรับเงินเพิ่มและยื่นคำร้องขอพิจารณาลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มย้อนหลังอีกต่อไป
ตัวอย่างเช่น บริษัทแห่งหนึ่งได้ยื่นภาษีเงินได้สำหรับรอบบัญชีปี 2556 ไว้จำนวน 5,000,000 บาท ดังนั้นในปี 2557 บริษัทฯ ดังกล่าวต้องยื่นชำระภาษีครึ่งปีของไว้ไม่ต่ำกว่า 2,500,000 บาท ถึงแม้ว่าจะประมาณการกำไรสุทธิขาดเกินไปกว่าร้อยละ 25 ก็ถือว่าเป็นเหตุอันสมควร เพราะเสียภาษีไว้ไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของ 5,000,000 บาท

การคำนวณ “เงินเพิ่ม” เมื่อประมาณการกำไรสุทธิขาดเกินไปกว่าร้อยละ 25

ตัวอย่างเช่น บริษัท SMEs มีทุนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าจำนวน 25 ล้านบาท มีกึ่งหนึ่งของประมาณการกำไรสุทธิที่ต้องเสียภาษีคือ 2,500,000 บาท (จากประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 5,000,000 บาท) ดังนั้นภาษีที่คำนวณได้และต้องยื่นแบบแสดงรายการก็คือก็คือ 405,000 บาทเนื่องจากกิจการดังกล่าวได้รับยกเว้นกำไรสุทธิ 300,000 บาทแรกตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากรฉบับที่ 564
เมื่อถึงวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี ปรากฎว่าบริษัทฯมีกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นจริงจำนวน 10,000,000 บาท นั่นหมายความว่า บริษัทฯได้ประมาณการขาดเกินไปถึงร้อยละ 50 ซึ่งมากกว่าร้อยละ 25 ดังนั้นวิธีการคำนวณเงินเพิ่มจะเป็นดังนี้
1. กำไรสุทธิตาม ภ.ง.ด.50 = 10,000,000 บาททำให้บริษัทฯมีกึ่งหนึ่งของกำไรสุทธิ = 5,000,000 บาท
2. คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลตามอัตราที่กฎหมายกำหนด รวมภาษีที่คำนวณได้ 905,000.00
3. ดังนั้นภาษีที่ยื่นขาดไปจำนวน (905,000 – 405,000) = 500,000 บาท มีผลให้บริษัทต้องเสียเงินเพิ่ม 20 % ของภาษีที่ชำระขาดไป (500,000 x 20%) คือ = 100,000 บาท

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

การจดทะเบียนเลิก และ ชำระบัญชีบริษัทจำกัด

การจดทะเบียนเลิก และ ชำระบัญชีบริษัทจำกัด  >>>จดทะเบียนเลิกคลิ๊ก<<<
บริษัทจำกัดอาจเลิกกันได้หลายกรณี ดังต่อไปนี้
1. เลิกโดยผลของกฎหมาย
  • กรณีข้อบังคับกำหนดเหตุเลิกไว้และเมื่อมีเหตุนั้นเกิดขึ้น
  • ตั้งบริษัทโดยกำหนดระยะเวลาไว้และเมื่อสิ้นสุดระยะเวลานั้น
  • ตั้งบริษัทเพื่อทำกิจการอย่างหนึ่งอย่างใด และเมื่อทำกิจการนั้นเสร็จแล้ว
  • บริษัทล้มละลาย
  • นายทะเบียนขีดชื่อบริษัทออกจากทะเบียน (ถอนทะเบียนร้าง)
2. โดยความประสงค์ของผู้ถือหุ้น
  • ผู้ถือหุ้นลงมติพิเศษให้เลิกบริษัท
3. เลิกโดยคำสั่งศาล เหตุที่ศาลจะสั่งเลิกบริษัทคือ
  • ทำผิดในการยื่นรายงานประชุมตั้งบริษัท หรือทำผิดในการประชุมตั้งบริษัท
  • บริษัทไม่เริ่มประกอบการภายใน 1 ปี นับแต่จดทะเบียน หรือหยุดทำการถึง 1 ปี
  • การค้ามีแต่ขาดทุนและไม่มีหวังฟื้นกลับคืน
  • จำนวนผู้ถือหุ้นเหลือไม่ถึง 7 คน
เมื่อบริษัทจำกัดซึ่งเป็นนิติบุคคลเลิกกัน บริษัทจะยังคงตั้งอยู่เพื่อการชำระบัญชีและการเลิกบริษัทกรณีอื่นนอกจากล้มละลายต้องมีการแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี เพื่อดำเนินการจดทะเบียนเลิกบริษัทและชำระสะสางบัญชีของบริษัทจำกัดให้เสร็จสิ้นไป
ขั้นตอนการจดทะเบียนเลิกและชำระบัญชีบริษัท
การเลิก และ ชำระบัญชีบริษัทจำกัด ในกรณีที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติพิเศษให้เลิกบริษัท มีขั้นตอนดำเนินการรวม 8 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้
1. จัดประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น 2 ครั้ง เพื่อลงมติพิเศษให้เลิกบริษัท ดังนี้
  • การประชุมครั้งแรก
          - มีวาระพิจารณาเรื่องเลิกบริษัท
          - ที่ประชุมผู้ถือหุ้นจะต้องลงมติให้เลิกบริษัทด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4
  • การประชุมครั้งที่สอง
          - มีวาระพิจารณา 3 วาระ คือ ยืนยันมติให้เลิกบริษัทของที่ประชุมครั้งแรก และแต่งตั้ง ผู้สอบบัญชี และกำหนดค่าตอบแทน
          - ที่ประชุมจะต้องลงมติยืนยันให้เลิกบริษัทด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ส่วนมติแต่งตั้งผู้สอบบัญชีรวมทั้งกำหนดค่าตอบแทนใช้มติธรรมดาโดยเสียงข้างมาก
          - การประชุมผู้ถือหุ้นครั้งที่สองจะต้องห่างจากการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งแรกไม่น้อยกว่า 14 วัน และไม่เกินกว่า 6 สัปดาห์
2. ผู้ชำระบัญชีต้องลงประกาศเลิกบริษัทในหนังสือพิมพ์ท้องที่ 2 วัน
    ต้องแจ้งการเลิกบริษัทให้เจ้าหนี้ทราบโดยส่งหนังสือลงทะเบียนไปรษณีย์ และต้องจดทะเบียนเลิกบริษัทต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันเลิกบริษัท
3. จัดทำงบดุล ณ วันเลิกบริษัทและส่งให้ผู้ตรวจสอบบัญชีตรวจสอบโดยเร็วที่สุด
4. เมื่อผู้ตรวจสอบบัญชีตรวจสอบงบดุลแล้วเห็นว่าถูกต้อง ให้ผู้ชำระบัญชีเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติงบดุล และพิจารณาว่าจะให้กรรมการบริษัทเป็นผู้ชำระบัญชีต่อไปหรือจะแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีขึ้นใหม่
5. ผู้ชำระบัญชีต้องดำเนินการชำระบัญชีโดยรวบรวมทรัพย์สิน เรียกให้ผู้ถือหุ้นชำระเงินค่าหุ้นที่ค้างอยู่ ขายทรัพย์สิน เรียกลูกหนี้ให้ชำระหนี้ ชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ ชดใช้เงินทดรองและค่าใช้จ่ายที่กรรมการบริษัทได้ออกไปในการดำเนินกิจการค้าแทนบริษัท หากมีทรัพย์สินเหลือให้คืนทุนผู้ถือหุ้น
(กรณีการชำระบัญชีปรากฏว่าทรัพย์สินไม่พอชำระหนี้สิน ให้ผู้ชำระบัญชีร้องขอต่อศาล เพื่อให้ศาลสั่งให้บริษัทจำกัดล้มละลาย)
6. ในกรณีที่ชำระบัญชีไม่แล้วเสร็จ ผู้ชำระบัญชีต้องจัดทำรายงานการชำระบัญชี (แบบ ลช.3) ยื่นต่อนายทะเบียนทุกระยะ 3 เดือน และในกรณีชำระบัญชีไม่เสร็จเกินกว่า 1 ปี ผู้ชำระบัญชีต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อครบปีทุกปี เพื่อรายงานความเป็นไปของการชำระบัญชี
7. เมื่อผู้ชำระบัญชีดำเนินการชำระบัญชีเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ชำระบัญชีต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติรายงานผลการชำระบัญชี
8. เมื่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติแล้ว ผู้ชำระบัญชีต้องจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีต่อนายทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันประชุมอนุมัติเสร็จการชำระบัญชี
เอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนเลิกบริษัท
  • คำขอจดทะเบียน (แบบ ลช.1)
  • รายการจดทะเบียนเลิก (แบบ ลช.2)
  • คำสั่งศาลให้เลิกบริษัท (กรณีศาลสั่งเลิก)
  • มติที่ประชุมผู้ถือหุ้นที่ผู้ถือหุ้นทุกคนเข้าประชุมและมีมติเป็นเอกฉันท์แต่งตั้งผู้อื่น นอกจากกรรมการเป็นผู้ชำระบัญชี (เฉพาะกรณีที่กรรมการทุกคนไม่ได้เป็นผู้ชำระบัญชีหรือมีการเลือกบุคคลอื่นเป็นผู้ชำระบัญชี)
  • สำเนาบัตรประจำตัวของผู้ชำระบัญชีที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
  • สำเนาหลักฐานแสดงสถานะของผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
  • หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
  • สำเนาใบมรณบัตร (ใช้เฉพาะกรณีกรรมการถึงแก่กรรม)
อัตราค่าธรรมเนียม
  • จดทะเบียนเลิก 400 บาท
  • หนังสือรับรอง ฉบับละ 120 บาท
เอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี
  • คำขอจดทะเบียน (แบบ ลช.1)
  • รายการจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี (แบบ ลช.5)
  • รายงานการชำระบัญชี (แบบ ลช.3)
  • งบการเงิน ณ วันเลิกบริษัท
  • รายละเอียดบัญชีและสรรพเอกสาร (แบบ ลช.6)
  • แบบรับรองการตรวจสอบบัญชีของกรมสรรพากร
  • สำเนาบัตรประจำตัวของผู้ชำระบัญชีที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
  • สำเนาหลักฐานแสดงสถานะของผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
  • หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
คำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบสามารถขอซื้อได้ที่หน่วยงานของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าทุกแห่งหรือ Download ได้จากhttp://www.dbd.go.th/
อัตราค่าธรรมเนียม
  • จดทะเบียนเสร็จชำระบัญชี 400 บาท
  • หนังสือรับรอง ฉบับละ 120 บาท
ข้อควรรู้เพิ่มเติม
1. กรรมการทุกคนย่อมเข้าเป็นผู้ชำระบัญชีของบริษัทจำกัด เว้นแต่จะมีข้อบังคับของบริษัทกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
2. กรรมการบริษัท มีอำนาจโดยตำแหน่งเดิมฉันใด เมื่อเป็นผู้ชำระบัญชีก็ยังคงมีอำนาจอยู่ฉันนั้น
3. งบดุลเพียงวันเลิกบริษัทจำกัด หมายถึง งบดุล ณ วันที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติพิเศษให้เลิกบริษัทจำกัด หรืองบดุล ณ วันที่ นายทะเบียนรับจดทะเบียนเลิกบริษัทจำกัด และผู้สอบบัญชีรับอนุญาตต้องรับรองว่าถูกต้อง
4. การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน ผู้ชำระบัญชีผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อด้วยตนเองต่อหน้านายทะเบียน ในกรณีที่ไม่อาจลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนได้ ไม่ว่าด้วยประการใดๆ ให้ผู้ขอจดทะเบียนลงลายมือชื่อด้วยตนเองต่อหน้าบุคคล ดังต่อไปนี้
    4.1 กรณีลงลายมือชื่อในราชอาณาจักร
  • พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่
  • สามัญสมาชิกหรือสมาชิกวิสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภาหรือ
  • บุคคลอื่นตามที่นายทะเบียนกลางประกาศกำหนด ได้แก่
          -  ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
          -  กรรมการและเจ้าหน้าที่หอการค้าไทยและหอการค้าจังหวัด ตามประกาศสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง เรื่อง กำหนดบุคคลที่ผู้ขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน และบริษัทจำกัดจะลงลายมือชื่อต่อหน้าได้ (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2550
     4.2 กรณีลงลายมือชื่อในต่างประเทศ
  • เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยหรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงาน ณ ประเทศนั้น หรือเจ้าหน้าที่ผู้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว
  • บุคคลซึ่งสามารถให้การรับรองที่สมบูรณ์ตามแบบของกฎหมายแห่งประเทศนั้น หรือ
  • บุคคลที่ควรเชื่อถือได้สองคนมาลงลายมือชื่อรับรองต่อหน้านายทะเบียนว่าเป็นลายมือชื่อผู้นั้นจริง
5. เมื่อได้จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีแล้ว การฟ้องคดีเรียกหนี้สินที่บริษัทจำกัด กรรมการหรือผู้ชำระบัญชีเป็นหนี้อยู่นั้น จะต้องทำการฟ้องภายใน 2 ปี นับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนเสร็จชำระบัญชี

ที่มา : กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิช


วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2557

เมื่อเจอหมายเรียก ไม่ส่งงบการเงินควรทำอย่างไร (ภาค3)

สำหรับคนที่อ่าน  เมื่อเจอหมายเรียก  ไม่ส่งงบการเงินควรทำอย่าง  (ภาค 1-2)  มาแล้ว  และกำลังตัดสินใจว่าจะเครีย  ปิดบัญชีให้เรียบร้อย  ภาค3 นี้

ฝ้ายจะแจงรายละเอียดให้ค่ะ  ว่าจะมีค่าใช้จ่าย  อะไรที่เกิดขึ้นบ้าง  และจะเสียค่าปรับอยู่ที่เท่าไหร่กัน 

สำหรับกิจการที่ไม่มีรายการค้าเลย  ภาคแรกตามที่ฝ้ายแจ้งไป  ค่าจัดทำงบการเงินรวมค่าสอบบัญชี   ราคาตลาดจะอยู่ที่  8,000-12,000  (ราคาต่อปี)

ซึ่งไม่รวมค่าบริการอื่นๆ    เพื่อเป็นการช่วยทุกคนประหยัดค่าใช้จ่ายค่ะ  ฝ้ายรับทำอยู่ที่  6,000  บาท รับทำบัญชีทั่วประเทศค่ะ

งั้นเราลองมาคำนวนคร่าวๆนะคะค่าใช้จ่ายโดยรวมจะเสียประมาณเท่าไหร่


หลังจากเราจ่ายค่าปรับตำรวจแล้ว  ก็รีบติดต่อจัดทำงบการเงินและนำส่งให้เรียบร้อยค่ะ

(ถ้าจ่ายค่าปรับอย่างเดียวแต่ไม่นำส่ง  จะเกิดอะไรขึ้น  ปีถัดมามีหมายเรียกมาอีก  ก็ต้องจ่ายไปเรื่อยๆ อย่างนี้ทุกปีค่ะ)


 
สมมติเริ่มเปิดกิจการ  ปี 2555 ปัจจุบัน  2557  ต้องนำส่งงบการเงิน  31  พค 2558


ค่าบริการ+ค่าสอบบัญชี   3ปี  (2555-2557)          19,500    (ราคานี้เป็นราคางบเปล่าไม่มีรายการค้า  ถ้ามีรายการเคลื่อนไหวอาจปรับราคาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย)
ค่าปรับยื่นงบการเงินล่าช้า 2556                           12,000  
ค่าปรับ  ภงด 50  2556                                            2,000    (ถ้ามีภาษีต้องเสียจะมีเบี้ยปรับเงินเพิ่มค่ะ)
           รวม                                                            32,000                             


สำหรับท่านใดที่ไม่มีเงินก้อนแต่อยากทำให้เรียบร้อย  สามารถทยอยยื่นได้ค่ะ

สามารถดูตารางค่าปรับได้ใน  เมื่อเจอหมายเรียกไม่ส่งงบการเงินควรทำอย่างไร  ภาค1  ค่ะ

เรามีขั้นตอนแนะนำง่าย ๆ ค่ะ ว่าจะทำอะไรก่อนเผื่อสับสน

1  ถ้าอ่านตามนี้แล้วยังไม่เข้าใจ  และกังวล  โทรหาเราได้ฟรีค่ะ  ยินดีให้คำปรึกษา  ADD LINE มาคุยกันก็ได้ค่ะ  ติดต่อคุณฝ้าย  089-6386450  ID LINE     buacc    
(เวลาทำการ จันทร์-เสาร์ 9.00 - 17.00)

2  พบตำรวจไปจ่ายค่าปรับยื่นงบการเงินล่าช้า ปี2556  12,000 ที่กรมพัฒน์แล้วเอาใบเสร็จมาปิดเรื่องกับตำรวจ

3  จัดทำบัญชีให้เป็นปัจจุบัน ยื่นงบการเงินให้เรียบร้อยทั้งกรมพัฒน์  และสรรพากร

4  ถ้าไม่อยากประกอบธุรกิจ  แจ้งเลิกกิจการเลยค่ะ


สำหรับผู้ที่อ่านไม่ครบทุกภาค  สามารถ เข้าไปอ่านได้ตามลิ้งค์ด้านล่างค่ะ



เมื่อเจอหมายเรียก ไม่ส่งงบการเงินควรทำอย่างไร (ภาค1)


http://nukbunche.blogspot.com/2014/12/3.html


เมื่อเจอหมายเรียก ไม่ส่งงบการเงินควรทำอย่างไร (ภาค2)


http://nukbunche.blogspot.com/2014/12/2.html


เมื่อเจอหมายเรียก ไม่ส่งงบการเงินควรทำอย่างไร (ภาค3)


http://nukbunche.blogspot.com/2014/06/blog-post.html

เมื่อเจอหมายเรียกไม่ส่งงบการเงินควรทำอย่างไร (ภาค2)

บางท่านที่ได้อ่านภาคแรกไปแล้ว  ลองดูภาคสองเพิ่มเติมนะคะ  เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี

ลูกค้าหลายรายโทรมาปรึกษาเรา  แล้วอย่างนี้เราควรจะเข้าไปพบตำรวจดีไหมนะ  แล้วถ้าไม่ไปหล่ะ  ไม่อยากเสียค่าปรับเลย 

ธุรกิจก็ไม่ได้ดำเนินการแต่อย่างใดแค่เปิดบริษัทไว้เฉยๆ

เรามาดูข้อดีและข้อเสียกันค่ะ  ก่อนตัดสินใจค่ะ

ข้อดี

1  ประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดทำงบการเงินค่ะ  เพราะการปิดงบนั้น  ต้องปิดบัญชีตั้งแต่เริ่มกิจการค่ะ  สมมติว่าไม่ได้ส่งงบการเงินมาเป็นเวลาหลายปี  

ค่าใช้จ่ายในการปิดงบนะคะ  ตามราคาตลาดงบเปล่า  ไม่มีรายการค้า  จะอยู่ที่  8000  -  12,000  ต่อปี  ซึ่งเมื่อนับจำนวนปีที่คุณไม่ได้ส่งงบการเงินแล้ว  

ก็มากโขอยู่ค่ะ  เช่นเริ่มเปิดกิจการตั้งแต่ปี  2555  ปัจจุบัน คือ 2557  ผ่านมาแล้ว  3 ปี  คูณเอาง่าย ๆ 3*8,000  รวม  24,000  ทั้งนี้ยังไม่รวมค่าปรับต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น 

ข้อเสีย

1  เมื่อคุณโดนหมายเรียกแล้วไม่เข้าไปพบตำรวจ  เสี่ยงมากเลยนะคะ  เพราะว่าหากเรามีคดีความ  หรือบังเอิญ  ซวย   ต้องขึ้นโรงพัก  ขึ้นศาลชื่อของคุณมันอยู่

ในระบบของทางตำรวจ  นั่นไง  คนนี้โดนหมายแล้วไม่เข้าไปพบ  เกิดตรวจสอบเช็กประวัติเรา  มันออนไลน์นะคะ  แล้วจะทำอย่างไรดี  เลือกเอาค่ะ  ตอนหมาย

มาเข้าไปเจรจา  ทางพี่ตำรวจเค้าก็จะให้เราไปจ่ายค่าปรับกรมพัฒน์ 12000 แล้วเอาใบเสร็จมาปิดเรื่องค่ะ  ครั้งแรกออกหมายเรียก  ครั้งสองออกหมายจับ  

ครั้งสามออกหมายศาล  กรณีที่โดนหมายเรียกครั้งแรก  ซึ่งถ้าไม่จ่ายเครียให้เรียบร้อย  ค่าปรับในชั้นศาลสูงสุดที่ 50,000 สารภาพผิดแล้วจ่ายค่าปรับเป็นอันจบเรื่อง


2  สำหรับบางคนที่ทำงาน  หรือจะเข้าไปทำงาน  องค์กรใหญ่ๆ ราชการ  รัฐวิสาหกิจ  บริษัทข้ามชาติ   ดูด้วยนะคะ  บางที่เช็คประวัติเรา  ว่ามีคดีอะไรติดตัวหรือไม่  ซึ่งปัจจุบัน  บริษัท ใหญ่ ๆ เค้าเช็ค  ก่อนรับคนเข้าทำงานค่ะ  อาจทำให้คุณไม่ได้งานในที่ใฝ่ฝันค่ะ  ถ้าถามว่า  แล้วอย่างนี้ใครโดนบ้าง  บอกเลยค่ะไม่รอด  กรรมการทุกคน  ฝ้ายแนะนำให้ปรึกษากันนะคะ  ว่าจะแจ้งเลิกกิจการดีไหม  เพราะตอนจดกิจการเราก็แจ้งทางกรมพัฒน์  ตอนเลิกก็ต้องแจ้งเช่นกันค่ะ


3  เรื่องมิจฉาชีพ  เคยดูข่าวไหมคะว่า  มีคนแอบอ้างชื่อบริษัท  ไปกระทำให้บุคคลภายนอกเสียหาก  แด่วนี้มิจฉาชีพเยอะมาก  มีเทคนิคกระทำความผิดหลากหลายวิธี  สื่ออิเล็กทรอนิกส์  เข้าถึงได้ง่าย  เค้ามีวิธีเช็ครายละเอียดข้อมูลได้อยู่แล้วค่ะ  ถ้าให้คิดร้ายๆ นะคะ  เอาชื่อบริษัทเราไปหลอกชาวบ้าน  แล้วยังไง
กรรมการไม่มีใครรู้เรื่องซักคน  วันนึง  เกิดฟ้องร้องบริษัท  แน่ะ  ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เลย   จู่ๆก็โดนฟ้องร้อง  ทำยังไงหล่ะทีนี้เรื่องใหญ่ขึ้นศาล  ติดต่อทนายความค่ะ  ขึ้นโรงขึ้นศาลต่อสู้คดีกันต่อไป  ว่าเราไม่ใช่ผู้กระทำความผิดนะ


4  นอกจากค่าปรับกรมพัฒน์แล้ว  ก็ยังมีค่าปรับ สรรพากรค่ะ  ซึ่งสรรพากรมีอำนาจในการประเมินภาษีเราค่ะ  ตรวจบริษัทเราย้อนหลังได้ถึง  5  ปี  ลูกค้าบางราย  มีรายได้แต่ไม่ยอมนำส่งงบการเงิน  วันดีคืนดี  โดนสรรพากรสุ่มตรวจไปแจ๊คพอตแตกเลยค่ะ  โดนประเมินภาษีเป็นล้านก็มีค่ะ  (ขึ้นอยู่กับขนาด  และรายได้ของธุรกิจ)


อย่าลืมติดตามอ่านเมื่อเจอหมายเรียกไม่ส่งงบการเงินควรทำอย่างไร (ภาค3) ภาคนี้สำหรับคนตัดสินใจที่จะเครียปัญหาต่าง ๆ ให้เรียบร้อยแล้วตั้งใจจะทำทุกอย่างให้เรียบร้อย  เราจะมาแจงรายละเอียดให้ฟังกันค่ะ  ว่าค่าใช้จ่าย  มีอะไรบ้าง

เห็นไหมคะว่าการเปิดบริษัท  ทิ้งไว้  แล้วไม่นำส่งงบการเงิน  อาจทำให้คุณมีปัญหาหลายๆ อย่างตามมา  ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เลยค่ะ  ถ้ากำลังเจอปัญหาแบบนี้อยู่

โทรหาเราได้ค่ะ  ยินดีที่ได้ช่วยเหลือ  ให้คำแนะนำทุกท่านฟรีค่ะ


ติดต่อคุณฝ้าย  089-6386450  ID LINE     buacc      
(เวลาทำการ จันทร์-เสาร์ 9.00 - 17.00)




สำหรับผู้ที่อ่านไม่ครบทุกภาค  สามารถ เข้าไปอ่านได้ตามลิ้งค์ด้านล่างค่ะ



เมื่อเจอหมายเรียก ไม่ส่งงบการเงินควรทำอย่างไร (ภาค1)


http://nukbunche.blogspot.com/2014/12/3.html


เมื่อเจอหมายเรียก ไม่ส่งงบการเงินควรทำอย่างไร (ภาค2)


http://nukbunche.blogspot.com/2014/12/2.html


เมื่อเจอหมายเรียก ไม่ส่งงบการเงินควรทำอย่างไร (ภาค3)


http://nukbunche.blogspot.com/2014/06/blog-post.html


วันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เมื่อเจอหมายเรียก ไม่ส่งงบการเงินควรทำอย่างไร (ภาค1)



มีลูกค้าหลายราย  โทรเข้ามาสอบถามเกี่ยวกับ  หมายเรียก  จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มิได้นำส่งงบการเงิน  ซึ่งตามกฎหมายบังคับให้มีการยื่นงบการเงินประจำปี  สำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่มิได้นำส่งงบการเงินประจำปีก็อาจเป็นเหตุให้ได้รับหมายเรียกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ปัจจุบันทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า  จะลิสรายชื่อบริษัท หรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคล  ที่มิได้นำส่งงบการเงินประจำปี  ส่งให้ทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการออกหมายเรียกให้เราไปจ่ายค่าปรับ  สูงสุดถึง 50,000 บาทเลยหล่ะค่ะ

สำหรับในปีนี้ท่านใดที่ยื่นงบการเงินไม่ทันแล้ว  หรือโดนหมายเรียก  สามารถโทรมาปรึกษาเราได้ค่ะ(ไม่มีค่าใช้จ่าย  ยินดีให้คำแนะนำฟรีค่ะ)

โดนหมายเรียก หรือมิได้ยื่นงบการเงิน  เราจะทำอย่างไรดี  คำถามยอดฮิตเลยค่ะ

อันดับแรกที่ควรทำคือ  เมื่อถูกหมายเรียก  ควรติดต่อหาผู้จัดทำบัญชี  ให้โดยเร็ว  แล้วรีบดำเนินการจัดทำงบการเงินให้เป็นปัจจุบัน  โดยปกติอายุความ  จะ  1  ปีทั้งในส่วนของ  กรมพัฒ  และ สรรพากร  (ค่าปรับในส่วนนี้เป็นค่าปรับยื่นงบการเงินล่าช้าค่ะ  เช่น  โดยปกติ  งบการเงินปี 2555  จะต้องยื่นภายใน 31/5/56  แต่เรามิได้ยื่นใช่ไหมค่ะ  อายุความ  นับไปอีก 1 ปี ค่ะ  หลังจาก 31/5/57  คือวันที่  1/6/57  เป็นต้นไป  สามารถยื่นงบการเงินปี 55 โดยไม่เสียค่าปรับ (ยื่นงบการเงินล่าช้าค่ะ)  แต่งบการเงินปี 56  เราก็ต้องยื่นนะคะ  สำหรับท่านใดที่ยื่นงบการเงิน ปี 2556 ไม่ทันแล้ว  ภายใน 31/5/57 ที่สิ้นสุดระยะเวลาการยื่น  ภายในสองเดือนนับแต่สิ้นสุดระยะเวลาการยื่น  แค่ปรับกรมพัฒน์ ยื่นงบการเงินล่าช้าอยู่ที่ 2,000  บาทค่ะ  เกินจากนั้น  ดูตามเรต  รูปภาพที่แนบให้ดูเลยค่ะ  ข้อควรระวังนิดนึงนะคะ  ตอนนี้เลยระยะเวลาการยื่นแล้วค่ะ  สำหรับ  บจก. ที่อนุมัติงบการเงินไม่ทัน  30/4/57  จะเสียค่าปรับเพิ่มค่ะในส่วนที่อนุมัติการเงินไม่ทัน  บริษัท 6,000  บาท  กรรมการ 6,000  บาท  (สรุปต้องเสียค่าอนุมัติงบการเงินไม่ทัน  และค่ายื่นงบการเงินล่าช้า)  

หากเรายื่นแบบแสดงรายการให้เป็นปัจจุบันแล้ว  ยังไม่ได้หมายความว่าเราจะพ้นผิดในส่วน  หมายเรียกที่  ทาง  สนง ตำรวจส่งมา  แต่อายุความนี้จะหมดภายใน  5 ปี   หากเราไม่สบายใจก็ไปพบตำรวจ ทางตำรวจก็จะให้เราไปจ่ายค่าปรับกรมพัฒน์ 12000แล้วเอาใบเสร็จมาปิดเรื่อง  เพราะถ้าไม่เข้าไปพบกับทางตำรวจ  รายชื่อเราก็ยังโชว์ว่ายังไม่เคลียให้เรียบร้อยในส่วนนี้ซึ่งค่าปรับสูงสุดจะอยู่ที่ 50,000 บาท

ถ้าเราคิดว่าจะไม่ทำธุรกิจแล้วแนะนำให้ยื่นงบการเงินให้เป็นปัจจุบัน  เคลียกับทางกรมพัฒน์ ตำรวจ  สรรพากรให้เรียบร้อย  แล้วจดเลิกบริษัทไปเลยค่ะ  จะได้ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการจัดทำบัญชี  ตลอดค่าปรับต่างๆ ที่ตามมาค่ะ


ท่านใดที่อ่านภาคแรกแล้วกำลังสงสัยว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี  อย่าลืมติดตามอ่านภาคสองนะคะ  เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจค่ะ


หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม  โทรมาปรึกษาเราได้ค่ะ  ยินดีให้คำปรึกษาฟรี  ไม่มีค่าใช้จ่าย



ติดต่อคุณฝ้าย  089-6386450  ID LINE     buacc   
(เวลาทำการ จันทร์-เสาร์ 9.00 - 17.00)






เมื่อเจอหมายเรียก ไม่ส่งงบการเงินควรทำอย่างไร (ภาค1)




http://nukbunche.blogspot.com/2014/12/3.html




เมื่อเจอหมายเรียก ไม่ส่งงบการเงินควรทำอย่างไร (ภาค2)




http://nukbunche.blogspot.com/2014/12/2.html




เมื่อเจอหมายเรียก ไม่ส่งงบการเงินควรทำอย่างไร (ภาค3)




http://nukbunche.blogspot.com/2014/06/blog-post.html




Disqus Shortname

Comments system